เปิดตัวทำตลาดบ้านเราคราวเดียว 2 รุ่นรวด ภายใต้แบรนด์ ดีพอล (DEEPAL) ด้วยเพราะค่ายรถอีวียักษ์ใหญ่จากแดนมังกร ‘ฉางอาน’ หวังเอาใจนักเลงรถหัวใจสีเขียวเมืองไทย ทั้งเจ้า ดีพอล L07 ซีดาน คันเท่ และ ดีพอล S07 รถ SUV สำหรับสายลุย

และเพื่อให้รับรู้สมรรถนะ รวมถึงฟังก์ชันการใช้งานสำคัญๆ จึงจัดให้กระจอกข่าวสายยานยนต์ได้ทดลองขับเบาๆ กันที่สนามโกคาร์ต อิมแพ็ค สปีด พาร์ก ในเมืองทองธานี
รถทั้ง 2 รุ่นนี้ถูกพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับรถอีวีที่ชื่อ EPA1 ขับเคลื่อนล้อหลัง ออกแบบให้กระจายน้ำหนักสมดุลทั้ง 4 ล้อ สมรรถนะให้กำลังสูงสุด 258 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร ความจุแบตเตอรี่ 66.8 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ระยะทางวิ่งได้สูงสุด L07 อยู่ที่ 540 ก.ม. ส่วน S07 วิ่งได้ 485 ก.ม.
สำรวจตัวรถแบบเร็วๆ ดีไซน์ภายนอก ดีพอล L07 แบบฟาสต์แบ๊ก ไฟหน้าและไฟท้าย LED ประตูกระจกแบบไร้ขอบ มือจับประตูแบบซ่อน หลังคากระจกพาโนรามา ล้ออัลลอย 19 นิ้ว สปอยเลอร์หลังสไตล์สปอร์ต

ภายในดีไซน์เรียบหรู พวงมาลัยแบบท้ายตัด มัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มตั้งระบบช็อตคัต เลือกได้ 4 ฟังก์ชัน หน้าจอข้อมูลขนาด 10.2 นิ้ว หน้าจอกลางขนาด 14.6 นิ้ว ปรับทิศทางอัตโนมัติหันเข้าหาผู้ขับขี่ ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย สั่งงานด้วยท่าทาง อาทิ ยกนิ้วโป้งพร้อมนิ้วก้อย เก็บสามนิ้วที่เหลือ เพื่อรับสายโทรศัพท์ ยกนิ้วชี้ทำท่าจุ๊ที่ปาก เพื่อปิดเสียงชั่วคราว
ขณะที่เจ้า S07 ดีไซน์ตัวถังแบบ SUV ไฟหน้า และไฟท้าย LED ประตูกระจกไร้ขอบ หลังคาพาโนรามาพร้อมม่านบังแดด มือจับประตูแบบซ่อน ล้ออัลลอย 20 นิ้ว ฝาท้ายระบบไฟฟ้า
ภายในมีทั้งสีดำและสีส้มสว่างตา ไม่มีหน้าจอข้อมูลหลังแป้นพวงมาลัยเพราะไปอยู่ที่บนกระจกแทน จอกลางระบบสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว ปรับทิศทางอัตโนมัติ ฟังก์ชันอื่นๆ เหมือนกับเจ้า L07

ได้เวลาลงสนาม เริ่มกันที่เจ้าดีพอล L07 บนสนามโกคาร์ต บอกเลยว่าด้วยขนาดรถไม่ได้เหมาะกับสนามสักเท่าไหร่เพราะทำไว้รองรับรถขนาดเล็กๆ ไม่ว่าจะขนาดสนาม โค้งต่างๆ ที่ทั้งแคบ ทั้งลึก
แต่ด้วยความคล่องตัว ประกอบกับความคมของพวงมาลัย ช่วยให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างง่ายดาย ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นอุปสรรคเลยแม้แต่น้อย
ต่อด้วย ดีพอล S07 ด้วยความสูงและใหญ่โต ทำให้ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น แต่ไม่ถึงกับเครียด เพราะทุกโค้งสามารถผ่านได้อย่างสบายมือ
จากนั้นทีมงานฉางอาน พาไปอีกสนามทดสอบเป็นลานกว้าง จำลองสถานการณ์ต่างๆ เพื่อทดสอบทั้งความแรงตีนต้น ผ่านลูกระนาด และระบบติดตามคันหน้า รวมถึงกล้อง 360 องศา
ดีพอล L07 จังหวะออกตัวทำได้จี๊ดจ๊าดสะใจพอประมาณ ระบบเบรกสั่งได้ดั่งใจ หยุดอยู่ในระยะที่กำหนด ไม่ลื่นไถลแม้จะอยู่บนความเร็วสูง

ผ่านลูกระนาด แรงสะท้อนเข้ามาในห้องโดยสารค่อนข้างน้อย อาจเป็นเพราะวิ่งอยู่บนความเร็วต่ำ ต่อกันที่สลาลม ซ้ายทีขวาที ควบคุมได้ดั่งใจ
เปลี่ยนเลนกะทันหัน แม้จะเซ็ตไว้ค่อนข้างแคบ แต่ตัวรถผ่านได้โดยไม่โดนกรวยแม้แต่ตัวเดียว ต่อกันที่ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผันแบบผสมผสาน ควบคุมความเร็วตามรถคันหน้า พร้อมทั้งเบรกและออกตัวตามรถคันหน้าที่ทำได้เสถียรและไม่ชิดเกินไปแบบบางรุ่นที่ทำเอาหายใจไม่ทั่วท้อง
สุดท้ายทดสอบกล้องมองภาพ 360 องศา กดดูด้วยปุ่มเดียวบนพวงมาลัย ทีมงานวางกรวยบีบทางไว้แทบพอดีคัน ด้วยขนาดและความสูงของตัวรถ ทำให้ไม่ต้องใช้กล้องก็ผ่านได้ฉลุย

ต่อกันที่เจ้า ดีพอล S07 อาการคล้ายๆ กัน เพียงแต่ไม่คุ้นตากับการไม่มีหน้าจอข้อมูล และแรงสะเทือนที่มากกว่ายามผ่านลูกระนาดกับด่านสุดท้าย เพราะตัวรถที่สูงกลัวว่าจะไม่พ้น ได้กล้อง 360 องศาช่วยเห็นอุปสรรคชัดเจน
ค่าตัวของเจ้าดีพอล L07 อยู่ที่ 1.329 ล้านบาท ส่วนเจ้าดีพอล S07 อยู่ที่ 1.399 ล้านบาท ชอบแบบไหนจัดแบบนั้นกันไปเลย
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ