แม้จะเป็นรถเล็ก แถมเปิดตัวมาพอสมควร แต่ได้ชื่อว่าแรงและประหยัดใช่เล่น สำหร้บเจ้านิสสัน อัลเมร่า อีโค คาร์ ครั้งที่แล้วทดสอบในเมืองกันเป็นหลัก มาคราวนี้จัดเต็ม มุ่งหน้าสู่เขาใหญ่ ให้รู้กันไปว่าขึ้นเขา วิ่งทางไกลจะไปไหวไหม

เข้าไปรับรถจากพีอาร์หนุ่ม กมลชนก เจริญจินดารัตน์ นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ จอดรอพร้อมอยู่แล้ว เป็นตัวท็อป รุ่น VL ดีไซน์ภายนอกกระจังหน้าดีไซน์ V-Motion แบบใหม่ (Next Generation V-Motion) ไหลลื่นต่อเนื่องไปจนถึงกันชนหน้า ดูทันสมัยและพรีเมียมขึ้น รวมถึงโลโก้ใหม่ ส่งให้ด้านหน้าของตัวรถมีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ กันชนท้ายและสปอยเลอร์หลังดีไซน์ใหม่

เปิดประตูเข้าไปภายในเรียบหรู แผงคอนโซลหน้าและประตูข้างตกแต่งด้วยวัสดุสีน้ำเงินเข้ม เติมเต็มอารมณ์สปอร์ต เบาะนั่งหนังนุ่มแน่น พวงมาลัยรูปทรงสปอร์ตแบบ D-Shape ปรับสูงต่ำได้ พร้อมระบบมัลติฟังก์ชัน
หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว พร้อมช่องเชื่อมต่อ Bluetooth, USB และ AUX IN สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง พร้อมลำโพง 6 จุด และระบบเชื่อมต่อแอปเปิ้ล คาร์เพลย์ แอนดรอยด์ ออโต หรือจะใช้แอพพลิเคชั่นดูแผนที่จากกูเกิ้ล แม็ป ก็ยังได้ สะดวกสบายด้วยที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย

มาตรวัดแบบเรืองแสงแบบ Digital แสดงผ่านหน้าจอ TFT หน้าจอสีขนาด 7 นิ้ว ด้านขวาแสดงความเร็วเพียงอย่างเดียว ด้านซ้ายแสดงข้อมูลที่จำเป็น อาทิ อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย ระยะทางที่ขับได้จากน้ำมันที่เหลืออยู่ และยังเปลี่ยนให้แสดงเป็นมาตรวัดรอบเครื่องยนต์ได้อีกด้วย
แหงนหน้าขึ้นไปดูบนเพดานเจอกับปุ่ม SOS เพื่อขอความช่วยเหลือจากศูนย์ให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินได้ทันทีผ่านระบบเครื่องเสียงภายในรถยนต์เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน
กดปุ่มสตาร์ตเสียงคำรามของเครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตร เทอร์โบ ที่ให้กำลังสูงสุด 100 แรงม้า แรงบิด 152 นิวตัน-เมตร คำรามก้องเข้ามาในห้องโดยสารทันที ปลุกอารมณ์ให้รู้สึกอยากซิ่งขึ้นมาในบัดดล
การจราจรย่านสาทรแม้จะเป็นช่วงสายวันธรรมดา แต่รถราไม่บางตาเท่าไหร่ ดีว่าเจ้านิสสัน อัลเมร่า ใหม่ มีขนาดตัวกะทัดรัด พร้อมกับเครื่องยนต์ที่เรียกกำลังมาใช้งานได้จี๊ดจ๊าดทันใจ ช่วยให้ไม่ว่าจะเร่งแซง โยกซ้ายย้ายขวาทำได้อย่างสบายมือ

ขึ้นทางด่วนตัดออก ถ.กาญจนาภิเษกพอทำความเร็วได้ จัดไปไต่ความเร็วไปเรื่อยๆ เข็มไมล์ขึ้นไป 120-130-140 ก.ม.ต่อช.ม.อย่างรวดเร็ว เรื่องทำความเร็วไม่ใช่ปัญหา แต่ที่น่าหนักใจคือแม้จะถอนเท้าก่อนเมื่อเข้าใกล้คันหน้า แต่ดูเหมือนความเร็วลดลงช้ามาก ช่วงแรกถึงกับต้องแตะเบรกกันเป็นพัลวัน จนพอรู้บุคลิกรถแล้วความนี้ไม่ใช่เรื่องยาก
กว่าจะเข้าถ.มิตรภาพ ได้เวลาพลบค่ำ แต่บอกเลยว่าเป็นเย็นวันธรรมดาที่เพื่อนร่วมทางมากมายเป็นพิเศษ ยังคงต้องอาศัยหลบซ้ายแซงขวากันแทบตลอดทาง โดยเฉพาะช่วงขึ้นเขาก่อนเข้า อ.มวกเหล็ก ต่อเนื่อง อ.ปากช่อง คิกดาวน์ช่วยเวลาต้องการเพิ่มกำลัง แค่นี้ก็แซงได้อย่างฉลุย
ช่วงล่างหนึบแน่น ไม่ว่าบนย่านความเร็วสูง เข้าโค้ง หรือเปลี่ยนเลนกะทันหัน จากการสอบถามผู้โดยสารด้านหลังว่ามีอาการเมารถไหมเพราะใส่เต็มเกือบตลอดทาง ได้รับคำตอบว่าแทบไม่รู้สึกถึงแรงเหวี่ยง มีบ้างเวลาเข้าโค้งแรงๆ

ส่วนความนุ่มนวลมีมาให้ระดับหนึ่งพอให้ได้รับรู้ได้บ้าง เวลาผ่านหลุมใหญ่ บ่อลึก หรือคอสะพาน แบบไม่ผ่อนคันเร่ง แต่ใช่ว่าจะถึงกับกระเด้งกระดอน
ทดสอบทั้งในเมืองนอกเมืองกันไปรวมทั้งหมด 545.5 ก.ม. น้ำมันเหลือให้วิ่งได้อีก 205 ก.ม. อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 18.1 ก.ม.ต่อลิตร ประหยัดได้ใจพอตัว ถ้าขับแบบชาวบ้านทั่วไปตัวเลขทะลุ 20 ก.ม.ต่อลิตร มีให้เห็นได้ไม่ยากอย่างแน่นอน
เป็นทางเลือกสำหรับใครที่มองหารถเล็กที่ทั้งแรงและประหยัดที่น่าสนใจรุ่นหนึ่งในตลาดขณะนี้เลยทีเดียว ค่าตัวรุ่นท็อปที่นำมาทดสอบวันนี้อยู่ที่ 699,000 บาท ขณะที่ตัวเริ่มต้นราคาอยู่ที่ 549,000 บาท
แวะไปเลือกกันได้ตามชอบที่โชว์รูมนิสสันทั่วประเทศ
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ