แม้นายใหญ่ ซู่ว์ หยิ่น จะเข้ามารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ เอ็มจี เซลส์ ประเทศไทย มาครบขวบปีแล้วก็จริง แต่นับเป็นครั้งแรกที่เปิดหน้าออกสื่อ แถลงข่าว พร้อมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไทยว่าจากนี้ไป เอ็มจีจะมีทิศทางการทำตลาดเป็นอย่างไร?
แผนการทำตลาดปีนี้
นับตั้งแต่เอ็มจีเข้าทำตลาดประเทศไทยเมื่อปี 2556 จนถึงปัจจุบัน มีรถเอ็มจีอยู่บนถนนเมืองไทยแล้วกว่า 200,000 คัน ถือได้ว่าลูกค้าคนไทยให้การตอบรับเป็นอย่างดี เป็นผลมาจากการที่เราทำงานอย่างหนักเพื่อนำเสนอรถยนต์ที่มีความคุ้มค่า มีนวัตกรรม พร้อมทั้งประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้าคนไทย โดยเฉพาะการเป็นผู้บุกเบิกรถยนต์ไฟฟ้า 100% (อีวี) ในราคาที่จับต้องได้ ควบคู่ไปกับโครงสร้างพื้นฐาน รองรับการขยายตัวของสังคมอีวี ให้เติบโตอย่างยั่งยืน
และในปีนี้ เอ็มจีมีอายุครบ 100 ปี รวมถึงเริ่มก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 2 ในประเทศไทย แผนการทำตลาดจากนี้ไปจะมุ่งเน้นในเรื่องของแบรนด์ให้รับรู้เป็นวงกว้างมากขึ้นว่า เอ็มจีเป็นแบรนด์ที่อยู่มายาวนาน และมีจำหน่ายทั่วโลก พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานการให้บริการทั้งก่อน ระหว่าง และหลัง การขาย ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพของดีลเลอร์ โดยเฉพาะการนำรถเข้าใช้บริการซ่อมบำรุง ที่ต้องมีความชัดเจนในเรื่องการอนุมัติซ่อม การเบิกจ่ายอะไหล่ รวมถึงระยะเวลาในการซ่อม ว่าจะซ่อมเสร็จเมื่อไหร่ และต้องทำให้ได้ตามที่ตกลงกันไว้ เพื่อให้ความคิดเห็นบนสื่อออนไลน์เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีแผนในการแยกโชว์รูม เพื่อจำหน่ายรถอีวีโดยเฉพาะ ให้มีความชัดเจน พร้อมทั้งเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น

ซู่ว์ หยิ่น กรรมการผู้จัดการ เอ็มจี เซลส์ ประเทศไทย
ขยายความโชว์รูมอีวี
ปัจจุบันโชว์รูม และศูนย์บริการเอ็มจี ที่มีอยู่ 150 แห่ง มีรุ่นรถที่จำหน่ายทั้งสันดาปภายใน และอีวี รวม 12 รุ่น ถือว่าค่อนข้างมาก ซึ่งในอนาคตยังมีรถรุ่นใหม่ทยอยเข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงมองว่าการแยกโชว์รูมให้มีความชัดเจน ขายเฉพาะรถอีวีภายใต้ชื่อว่า “เอ็มจี อีวี โชว์รูม” (MG EV Showroom) จะส่งผลดีกับทั้งโชว์รูม เพราะสามารถโฟกัสเฉพาะรุ่นได้มากขึ้น รวมถึงลูกค้าที่ได้รับบริการตรงกับความต้องการได้ดียิ่งขึ้น
ทั้งนี้ เอ็มจี อีวี โชว์รูม จะจำหน่ายเฉพาะรถอีวีระดับพรีเมียม เช่น เอ็มจี แม็คซัส 9 (MG MAXUS 9) MG CYBERSTER รวมถึง MG 4 X POWER ที่จะนำเข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยเดือนมี.ค.นี้ เป็นต้น เบื้องต้นตั้งเป้าเปิดบริการให้ได้ 20-30 แห่ง ภายใน 2 ปีจากนี้ไป เน้นในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ มั่นใจว่าจะสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น
รถรุ่นใหม่ในปีนี้
รถรุ่นใหม่ถือเป็นอีกส่วนหนึ่งในการสร้างความเชื่อมั่นของแบรนด์ เตรียมนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ที่มีเทคโนโลยี และสมรรถนะ เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ และความต้องการใช้งานของลูกค้าแต่ล่ะกลุ่ม นอกจาก MG4 รุ่นผลิตในประเทศแล้ว ยังมีแผนในการนำรถเก๋งในกลุ่มอีโค บี เซ็กเมนต์ ที่ใช้เทคโนโลยีไฮบริด เปิดตัวทำตลาดในเดือนก.ค.ที่จะถึงนี้ เพราะมองว่าเป็นเซ็กเมนต์ที่มีโอกาสขยายตัวได้อีกอย่างมากในอนาคต
นอกจากนี้ บริษัทแม่ที่จีนยังพร้อมเปิดกว้างในการเลือกรถรุ่นใหม่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย โดยเฉพาะรถอีวีที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้
ประเมินว่ายอดขายตลาดรวมรถอีวีปีนี้ของประเทศไทย จะเติบโตขึ้นอย่างมากจากปีที่แล้ว 72,000 คัน เพิ่มเป็น 100,000-200,000 คัน จากตลาดรวม 800,000 คัน