เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับเจ้าโตโยต้า ยาริส เอทีฟ HEV ที่นักเลงรถเก๋งเล็กเฝ้ารอคอยกันมายาวนาน เพราะโตโยต้า ยาริส เอทีฟ เครื่องยนต์สันดาปภายในโฉมปัจจุบันทำตลาดกันมาตั้งแต่ปี 2565 โน่น ยอดขายที่ไม่เคยตก ครองอันดับ 1 ในเซ็กเมนต์มาตลอดแบบทิ้งห่างหลายช่วงตัว ดังนั้น ถ้าไฮบริด มาช้าหน่อยคงไม่เป็นไร
มาดูกันว่า โตโยต้า ยาริส เอทีฟ HEV ที่มี 2 รุ่นย่อยมีอะไรน่าสนใจเพิ่มขึ้นบ้าง เริ่มกันที่รุ่น HEV Premium การออกแบบภายนอก กระจังหน้าด้านบนโครเมียมรมดำ กระจังหน้าด้านล่างสีเทาเมทัลลิก พร้อมล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 16 นิ้ว

ขณะที่ภายในเพิ่มฟังก์ชันอำนวยความสะดวกสบาย หน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย เบาะหนังสังเคราะห์สีเทา-ดำ แอร์ปรับอัตโนมัติ พร้อมระบบกรองฝุ่น PM 2.5 เบาะนั่งหลังมีช่องแอร์และช่องเสียบชาร์จไฟแบบ USB-A และ USB-C สร้างบรรยากาศในห้องโดยสารด้วย Ambient Light 64 เฉดสี
สำหรับรุ่น HEV GR Sport ผู้บริหารโตโยต้าภูมิใจนำเสนอว่าเป็นการออกแบบและพัฒนาจากสนามแข่งสู่ถนนจริง ด้วยดีไซน์ภายนอกที่แตกต่างที่ไม่ใช่เพียงเสริมภาพลักษณ์ให้ดูโดดเด่น แต่ยังช่วยเสริมอากาศพลศาสตร์ของตัวรถให้ดียิ่งขึ้น ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ดูสปอร์ต กับดีไซน์กระจังหน้าแบบใหม่ พร้อมโลโก้ GR และชุดแต่ง GR-S สเกิร์ตกันชนหน้า ชุดสเกิร์ตข้าง สเกิร์ตกันชนหลังและสปอยเลอร์หลัง ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว หลังคาดำ กระจกมองข้างสีดำปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED และพับเก็บอัตโนมัติ

ภายในเบาะหนังสังเคราะห์สีดำ พร้อมโลโก้ GR ติดตั้งลำโพง pioneer 6 ตำแหน่ง เพิ่มความสนุกในการขับขี่ด้วยช่วงล่างด้านหน้าแม็กเฟอร์สัน สตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังทอร์ชั่นบีม คอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS โดยทั้งหมดปรับจูนพิเศษเน้นอารมณ์สปอร์ต
ระบบเบรกมือแบบไฟฟ้า EPB (Electric Parking Brake) พร้อมระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ ABH (Auto Brake Hold) ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมระบบกรองฝุ่น PM 2.5 ช่องปรับอากาศตอนหลัง และที่ชาร์จไฟสำหรับผู้โดยสารเบาะหลัง มีให้ใช้งานทั้งคนรุ่นใหม่ USB-C และวัยเก๋า USB-A
ทั้ง 2 รุ่นย่อยมาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริด 2 NR-VEX ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว แบบ Dual VVT-i ผสานพลังกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร และแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน (Li-ion) ขับเคลื่อนล้อหน้าเมื่อเครื่องยนต์และมอเตอร์ทำงานควบคู่กัน ให้กำลังสูงสุด 111 แรงม้า พร้อมอัตราการใช้เชื้อเพลิงสูงสุด 29.4 ก.ม./ลิตร เกียร์อัตโนมัติ E-CVT โหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ECO/NORMAL/POWER

ระบบความปลอดภัย Toyota Sagety Sense จัดเต็ม พร้อมเพิ่มฟังก์ชันใหม่ระบบช่วยคุมรถให้อยู่ในเลน ทำงานคู่กับ Adaptive Cruise Control ในทุกย่านความเร็ว สะดวก และปลอดภัยยิ่งขึ้น ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง เตือนออกนอกเลน พร้อมดึงพวงมาลัยกลับ กล้องมองรอบคัน เตือนกะระยะด้านหน้า 2 ตำแหน่ง ด้านหลัง 4 ตำแหน่ง

พร้อมทั้งยังอุ่นใจขึ้นอีกด้วยเทคโนโลยี T-CONNECT เช็กตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์ ประสานงานช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ช.ม. แจ้งเตือนเมื่อรถเคลื่อนออกจากขอบเขตที่กำหนดไว้ ขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์สูงสุด 8 ปี หรือ 225,000 ก.ม. ตรวจสอบสถานะงานซ่อมแบบเรียลไทม์ รวมถึงสะสมคะแนนเมื่อเข้าใช้บริการที่ศูนย์บริการเพื่อใช้แลกของรางวัล


ขณะที่บริการหลังการขาย โตโยต้าให้คำมั่นสัญญาว่าให้การรับประกันระบบไฮบริด 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง รับประกันแบตเตอรี่สูงสุด 10 ปีไม่จำกัดระยะทาง มีทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรมอย่างเข้มข้นกว่า 8,000 คนกระจายอยู่ที่ศูนย์บริการทั่วประเทศกว่า 450 แห่ง พร้อมทั้งมีการจัดเตรียมอะไหล่ไว้รองรับนานกว่า 15 ปี และสามารถจัดส่งได้เร็วสุดภายใน 48 ชั่วโมง เรียกว่าดูแลกันยาวๆ คุ้มค่าตั้งแต่วันแรกที่ออกรถและตลอดการใช้งาน
ราคาของโตโยต้า ยาริส เอทีฟ รุ่น HEV Premium อยู่ที่ 729,000 บาท และ HEV GR Sport ราคา 779,000 บาท แต่หากจองและรับรถตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธ.ค. 2568 ราคารุ่น HEV Premium อยู่ที่ 719,000 บาท และ HEV GR Sport ราคา 769,000 บาท ที่โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศ
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ