‘ซูบารุ’ ปรับแผนธุรกิจ เตรียมส่งเอสยูวีใหม่ ฟอเรสเตอร์ ลุยตลาด เผยลูกค้าในไทยยังต้องการรถเพอร์ฟอร์มานซ์ เครื่องยนต์สันดาป เร่งศึกษาแผนทำตลาด รถไฮบริด-อีวี

น.ส.สุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทปรับบทบาทเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ ซูบารุ ในประเทศไทย (ดิสทริบิวเตอร์) ถึงแผนการดำเนินธุรกิจ หลังจากยุติไลน์ผลิตรถยนต์ซูบารุในประเทศไทยไปเมื่อปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีรถในสต๊อกกระจายอยู่ที่โชว์รูมทั่วประเทศ ประมาณ 70 คัน เป็นรุ่นเอ็กซ์วี (XV) และฟอเรสเตอร์ (Forester)

โดยบริษัทปรับแผนธุรกิจ นำเสนอรถยนต์ออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มเฟอร์ฟอร์มานซ์ และกลุ่มรถเอสยูวี ที่เป็นรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน เนื่องจากบริษัทเชื่อว่าปัจจุบันยังมีกลุ่มลูกค้าในประเทศไทยที่มีความต้องการใช้รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) อย่างต่อเนื่อง

และในช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ ซูบารุจะเปิดตัวรถยนต์เอสยูวีอย่าง ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ (Forester) ใหม่ ออกสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ควบคู่ไปกับการทำตลาดรถยนต์ในไลน์อัพที่มีอยู่ รวมทั้งรถใหม่ ไลน์อัพ บีอาร์ซี (BRZ), ดับบลิวอาร์เอ็กซ์ (WRX), เอาต์แบ็ก (Outback), ฟอเรสเตอร์ (Forester), ครอสเทรค (Crosstrek)

โดยบริษัทตั้งเป้าว่าปีนี้จะมียอดขายที่ 700 คัน แต่เนื่องจากสภาพตลาดโดยรวมจนถึงปัจจุบัน คาดว่ายอดขายอาจจะมีการปรับลดลง เหลือ 500 คันเท่านั้น ขณะที่ยอดขายรถยนต์โดยรวมทั้งปี คาดว่าปีนี้จะมียอดที่ 600,000-620,000 คัน

ส่วนโอกาสในการทำตลาดรถยนต์ไฮบริด (HEV) และรถอีวี (EV) ของซูบารุในประเทศไทยนั้น บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียด โดยเฉพาะในส่วนของโครงสร้างราคาจำหน่ายที่ตลาดยังคงไม่แข็งแรงมากนัก

อีกทั้งการแข่งขันในตลาดจะใช้ราคามาเป็นตัวตั้งในการแข่งขัน ประกอบกับผู้เล่นหน้าใหม่ในตลาดอีวี ต่างใช้กลยุทธ์การทำราคามาแข่งขัน ทำให้ซูบารุต้องติดตามตลาดอย่างใกล้ชิด หากนำรถไฮบริดและอีวีเข้ามาทำตลาด แต่ไม่สามารถทำราคาจำหน่ายให้ได้ตามมาตรฐานญี่ปุ่นตรงนี้

ต้องพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง หากเทียบกับสถานการณ์เมื่อครั้งยอดขายตลาดรวมที่ 1 ล้านคัน มีจำนวนผู้เล่นน้อยราย แต่วันนี้ยอดขายอยู่ที่ระดับ 500,000-600,000 คัน ในปี 2567 ที่ผ่านมา มีผู้เล่นในตลาดมากกว่า 40 ราย

“เรามองว่าตลาดวันนี้ถ้าไม่มีสงครามราคา รถอีวีขายไม่ได้ เราจับตาดูใกล้ชิด ทั้งรถในกลุ่มไฮบริด และอีวี เพราะถ้าเรานำรถเข้ามาขายแล้ว ต้องแข่งขันด้านราคา เราไม่ทำ เพราะเราต้องการแข่งขันในตลาดที่แข็งแรง มีเสถียรภาพ โดยต้องใช้สินค้าเป็นตัวนำ ไม่ใช่ราคา และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้น่าจะได้ข้อสรุป” น.ส.สุรีทิพย์ กล่าว

ทั้งนี้ หากสงครามราคาไม่จบ และยังคงแข่งกันลดราคา ทำให้ตลาดถูกสปอย และลูกค้าก็จะรอว่าเมื่อไรค่ายรถจะลดราคาขายลงไป ซูบารุต้องการอยู่อย่างมีคุณภาพ พยายามบาลานซ์ความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับตลาดและแบรนด์

ขณะที่เครือข่ายการจัดจำหน่ายปัจจุบันมีอยู่ 18 แห่ง ที่เป็นโชว์รูมและศูนย์บริการ ส่วนปีนี้ 3 แห่ง เป็นศูนย์บริการ รวมทั้งหมดมี 21 แห่ง ทั่วประเทศ วันนี้ถือว่ายังเพียงพอในการดูแลลูกค้าซูบารุ ที่มีอยู่กว่า 20,000 คันในปัจจุบัน

​ที่มา ประชาชาติธุรกิจ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน