สธ.เผยอัตราป่วย โควิด-19 ผู้ชายมากกว่าหญิง 1 ใน 4 ติดจากสนามมวย
วันที่ 25 มี.ค. นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า อัตราป่วยโรคโควิด-19 ขณะนี้เป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง โดยผู้ชายอยู่ที่ 62.7% ผู้หญิง 37.3% โดยผู้ป่วยกระจายแทบทุกภาคแล้ว ซึ่งกลุ่มใหญ่พบว่าเป็นกลุ่มที่สัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน 25% กลุ่มที่มีความสัมพันธ์กับสนามมวยมี 24.49% กลุ่มไปเที่ยวสถานบันเทิง 10.62% มาจากพื้นที่เสี่ยง 9.93% อาชีพเสี่ยง 9.25%
เกาะติดข่าวโควิด กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account
![]()
นพ.ทวีศิลป์ วิศณุโยธิน โฆษก สธ. กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มมีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อมากขึ้น หน้ากากอนามัยที่ต้องใช้ใน รพ. จึงต้องเพียงพอ ซึ่งขณะนี้การบริหารจัดการนั้นให้ลงรายละเอียดถึงว่าผู้ใดบ้างที่มีโอกาสใช้หน้ากากอนามัย
ส่วนหน้ากาก N95 และชุดป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ที่ต้องมีการนำเข้า ถือเป็นยุทโธปกรณ์ ที่ต้องมีเพียงพอ ก็ได้มีการสั่งซื้อและจัดเตรียมมา รวมถึงยาฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งคำนวณว่าผู้ป่วย 5 พันคน ต้องใช้ยา 3.5 แสนเม็ด แต่ยานี้ใช้เฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการหนัก ตอนนี้เรามีสต๊อกประมาณ 5 หมื่นเม็ด และได้สั่งซื้อจากจีน และญี่ปุ่นแล้ว ได้รับการตอบรับว่า ต้น เม.ย.จะได้มา 2 แสนเม็ด น่าจะเพียงพอในการใช้ในช่วงนี้
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ส่วนคำถามที่ว่า ทำไมภาครัฐไม่นำเข้าชุดตรวจอย่างง่าย (Test Kit) ที่มีอยู่เต็มไปหมดในเว็บไซต์ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ บอกว่ามีบริษัทยื่นเข้ามาจำนวนมากหลายสิบบริษัท แต่ภาครัฐต้องดูมาตรฐานให้ประชาชน ตอนนี้มีเพียง 2 บริษัทเท่านั้นที่ได้รับมาตรฐานและจะดำเนินการทางด้านเปิดให้นำเข้าต่างๆ ตามมา
ทั้งนี้ จะมีการเพิ่มข้อมูลดังกล่าวลงใน “ไทยรู้สู้โควิด” ว่าชุดตรวจไหนที่ผ่านมาตรฐานกรมวิทย์ด้วย อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าชุดตรวจนี้เป็นการเจาะเลือดดูภูมิต้านทานหรือแอนติบอดี หลังจากที่ติดเชื้อหรือรับเชื้อมาแล้ว ทำให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทาน การตรวจเจอภูมิต้านทาน หมายความว่ามีการรับเชื้อก่อน เป็นระยะเวลาหนึ่งร่างกายถึงสร้างภูมิขึ้นมา ดังนั้น การแปลผลจึงไม่ได้ยืนยันว่าตอนนี้เรายังมีเชื้อหรือไม่ จึงต้องไปรับการตรวจด้วยวิธีพีซีอาร์ตามปกติ คือการตรวจหาเชื้ออีกทีหนึ่ง
