กรมคุมประพฤติ เปิดสถิติ ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวหลัง 4 ทุ่ม บางรายเจอโทษ สั่งห้ามออกจากบ้าน เป็นเวลาหลายวัน โทษจำคุก ให้รอลงอาญาไว้ก่อน

เมื่อวันที่ 16 เม.ย. นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยตัวเลขการจับกุมผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรการเคอร์ฟิว และศาลสั่งคุมความประพฤติหรือทำงานบริการสังคมแทนค่าปรับ ว่า รายงานตัวเลขการจับกุมผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรการเคอร์ฟิว นับตั้งแต่วันที่ 4-15 เม.ย.63 ซึ่งมีคดีที่ศาลพิพากษาจำคุก แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษ

โดยกำหนดเงื่อนไขรวมทั้งสิ้น 619 คดี แยกเป็นคดีที่ศาลกำหนดเงื่อนไขให้คุมความประพฤติ จำนวน 341 คดี และคดีที่ศาลสั่งทำงานบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ จำนวน 278 คดี ซึ่งส่วนใหญ่ศาลกำหนดให้ทำงานบริการสังคม 24 ชั่วโมง และบางรายกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกบ้านเป็นเวลา 7 วัน หรือ 15 วัน ร่วมด้วย

ทั้งนี้ กรมคุมประพฤติได้กำหนดมาตรการเกี่ยวกับผู้ถูกคุมความประพฤติที่กระทำผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 โดยให้สำนักงานคุมประพฤติชี้แจงเงื่อนไขการคุมความประพฤติ และประเมินความเสี่ยงและสภาพปัญหาความต้องการ หากพบว่ามีปัญหา

เช่น การติดสุรา ติดยาเสพติด ปัญหาทางจิต หรือมีพฤติกรรมต่อต้านสังคม จะต้องส่งบำบัดรักษาและให้คำปรึกษา พร้อมทั้งให้ครอบครัวหรือขอความร่วมมือฝ่ายปกครองเฝ้าระวังไม่ให้กระทำผิดในลักษณะเดียวกันอีก

นายวิตถวัลย์ กล่าวอีกว่า ในกรณีไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดให้พนักงานคุมประพฤติตรวจสอบถึงเหตุการณ์และให้รีบทำรายงานและความเห็นเสนอต่อศาล ในกรณีผู้ถูกคุมความประพฤติเป็นกลุ่มเสี่ยงและต้องกักตัวหรือเข้ารับการบำบัดรักษา ให้พนักงานคุมประพฤติประสานสถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลตามสิทธิการรักษาพยาบาลของผู้ถูกคุมความประพฤติ หรือแจ้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ

เพื่อให้ไปตรวจหาเชื้อไวรัสหรือรับการบำบัดรักษา กรณีที่ศาลสั่งให้ผู้ถูกคุมความประพฤติทำงานบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ หรือทำงานบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ หรือศาลไม่มีคำสั่งแต่พนักงานคุมประพฤติพิจารณาแล้วเห็นว่า

ผู้ถูกคุมความประพฤติรายดังกล่าวควรทำงานบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ ที่เป็นการสร้างจิตสำนึกในการรับผิดชอบต่อสังคมและตระหนักถึงความเสียสละและอุทิศตนในการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและเจ้าหน้าที่อื่นๆ ในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาด

นายวิตถวัลย์ กล่าวอีกว่า กรมคุมประพฤติคำนึงถึงความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของพนักงานคุมประพฤติและเจ้าหน้าที่ รวมถึงประชาชนที่มารับบริการทุกคน โดยขอให้ตรวจคัดกรองผู้มาติดต่อราชการตามแนวทางที่กรมคุมประพฤติกำหนด และในการให้บริการหรือสอบปากคำควรนั่งเว้นระยะห่างกันประมาณ 1 – 2 เมตร

และให้ผู้ถูกคุมความประพฤติรวมทั้งพนักงานคุมประพฤติสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า และใช้เจลหรือแอลกอฮอล์ในการล้างมือ และให้สำนักงานคุมประพฤติทำความสะอาดสถานที่สม่ำเสมอเพื่อลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อ และป้องกันตนเองจากการติดเชื้อไวรัส โควิด-19


 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน