โฆษก ศบค. แจง รัฐบาลเลือกดูแลสุขภาพทุกคน ก่อน เยียวยาเศรษฐกิจ ย้ำ ทุกจังหวัด จะคลายล็อค ได้หรือไม่ ให้รอฟัง จากมติ ครม. และ มติ ศบค.
เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่ ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กล่าวถึงกรณีที่หลายคนประสบปัญหาความเครียด เนื่องจากปัญหาหนี้สิน ไม่มีงานทำ ซึ่งเป็นผลกระทบจากโรคโควิด-19 ว่า
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ศบค.ให้ความสำคัญและพูดคุยกัน ตั้งแต่ประเด็นที่ว่าไวรัสโคโรนาจะอยู่กับเราไปนานแค่ไหน เพียงใด และนำไปสู่การที่คณะรัฐมนตรีต้องตัดสินขยายมาตรการภายใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีกนานแค่ไหน
เป็นเรื่องที่รับทราบและเข้าใจได้สำหรับผู้เดือดร้อนและมีความเครียดเกิดขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดขึ้น เพราะเมื่อมีมาตรการของรัฐบาลขึ้นมาทำให้มีผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลก
ดังนั้น ต้องมีความเข้าใจตรงนี้ก่อนว่า แนวทางแก้ไขคือเมื่อควบคุมโรคนี้ได้ ความสูญเสียทั้งทางร่างกายและจิตใจ หรือคนที่เรารักก็จะลดน้อยลง ก็จะทำให้เหลือเงินมากขึ้นเพื่อนำมาดูแลเรื่องเศรษฐกิจได้ ดังนั้น ผอ.ศบค.จึงเลือกที่จะดูแลเรื่องสุขภาพมาก่อน แล้วตามด้วยการจัดการเยียวยาด้านเศรษฐกิจ
กระทรวงสาธารณสุขสามารถควบคุมโรคได้ในระดับหนึ่ง หากมีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณก็เพียงส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็นำไปถึงประชาชน ดังนั้น ยืนยันว่าเรารักษาตัวให้รอดปลอดภัยไม่เป็นโรค ส่วนเงินทองเดี๋ยวหาใหม่ได้ ถ้าเรายังมีชีวิตและมีสุขภาพที่ดีโอกาสจะมีมาในครั้งหน้า
สำหรับกรณีบางจังหวัดเตรียมปลดล็อกผ่อนผันเปิดตลาดให้พ่อค้าแม่ค้าเข้ามาขายของได้เพื่อเลี้ยงปากท้อง หากตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงเหลือหลักเดียว จะคลายล็อกให้มากขึ้นหรือไม่นั้น อย่างที่ตนพูดเสมอ นายกรัฐมนตรีบอกว่าต้องใช้สถิติและชุดข้อมูล รวมไปถึงความร่วมมือของประชาชนล้วนแต่มีความสำคัญ โดยเฉพาะกรมควบคุมโรคที่จัดทำชุดข้อมูลในเรื่องความร่วมมือหลายด้าน เป็นสิ่งสำคัญในการพิจารณาเรื่องผ่อนปรน การจะเปิดหรือปิดขึ้นอยู่กับตัวเลขเหล่านี้ทั้งนั้น
“การจะยกเลิกตอนนี้ยังไม่มี ต้องเป็นลักษณะผ่อนปรน เนื่องจากสถานการณ์ประเทศรอบประเทศไทยขณะนี้ยังมีการติดเชื้อจำนวนมาก และสถิติการติดเชื้อในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นกลุ่มประเทศที่มีการติดเชื้อพุ่งขึ้นสูงมากในขณะนี้ จนเป็นที่จับตาของทั้งโลกอยู่
มีประเทศไทยที่อยู่ตรงกลางที่ยังควบคุมได้ แต่อย่างที่บอกหากกะพริบตาหรือประมาทนิดเดียวตัวเลขสามารถพุ่งขึ้นได้ในทันทีทันใด ดังนั้น การตัดสินใจของผู้นำประเทศ รวมถึงฝ่ายความมั่นคง เพราะการติดเชื้อหรือเป็นเรื่องของความมั่นคงเรื่องหนึ่ง หากประชาชนให้ความเข้าใจและร่วมมือกัน”
สถานที่ที่จะเปิดนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับ
1.สถิติการติดเชื้อที่ผ่านมา ซึ่งกรมควบคุมโรคเก็บสถิติไว้ทั้งหมด อะไรจะเปิดได้ก่อนหรือหลังขึ้นอยู่กับสถิตินี้ด้วย
2.ขึ้นอยู่กับความจำเป็น ถ้าจำเป็นต้องเปิด มาตรการของร้านหรือชมรมหรือสมาคมนั้น ต้องมีการกำกับดูแลกลุ่มคนของตัวเอง ให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าเข้ามาในร้านแล้วปลอดภัยไม่ติดโรค หรือไม่นำโรคมาติด ต้องป้องกันทั้งสองฝ่าย สิ่งเหล่านี้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นวาระที่สำคัญมาก พูดใน ศบค.และต้องพูดมากขึ้นในช่วงเวลาต่อจากนี้ไป เพราะหากมีการตัดสินขึ้นมา
อาจจะมีการทดลองเป็นกลุ่มจังหวัด อาจมีการทดลองในบางพื้นที่ หรืออาจจะเปิดขยายไปในทั่วประเทศ ตรงนี้ทุกคนต้องรอฟังก่อน แต่นโยบายยึดหลักว่าสิ่งต่างๆ ต้องไปจากส่วนกลาง ส่วนจังหวัดคอยจัดการและดูข้อมูลในพื้นที่ นำไปปฏิบัติเฉพาะเจาะจงลงไปในพื้นที่ ถ้าจังหวัดดูแลคนของตัวเองได้ดีก็จะทำสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามจะต้องรอมติจากคณะรัฐมนตรีและมติจาก ศบค.ที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้
ส่วนกรณีที่หลายบริษัทขณะนี้กลับมาทำงานแล้ว และพบว่ามีผู้ติดเชื้อเพิ่ม ผลการสอบสวนโรคพบว่าเกิดจากที่ทำงาน ศบค.จะดำเนินการอย่างไรนั้น คงต้องเก็บเป็นสถิติต่อไปว่าหากมีการกระจุกตัวแล้วมีจำนวนผู้ติดมากขึ้น สถานประกอบการนั้นก็ต้องถูกเพ่งเล็ง
แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องเปิดเนื่องจากเกี่ยวข้องกับบุคคลจำนวนมาก ก็ต้องสร้างมาตรการที่เข้มข้นเพื่อดำเนินการควบคุมดูแลการติดเชื้อให้ได้ นำหลายชุดข้อมูลมาประกอบกัน จะตัดสินใจเพียงคนเดียวไม่ได้ ต้องดูข้อมูลจากชุดตัวเลขทั้งหมด
ดังนั้น ผอ.ศบค.ตัดสินใจเองเพียงคนเดียวไม่ได้ แต่จะตัดสินเป็นหมู่คณะด้วยชุดข้อมูลสำคัญที่สุดอย่างรอบด้าน ทำให้การตัดสินใจออกมาในทิศทางที่ประชาชนปฏิบัติได้ด้วยความร่วมมือร่วมใจสู้กับไวรัสโคโรนาให้ได้ ดังนั้น หากใครพบเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว ขอให้รีบรายงานเพื่อให้ทีมสอบสวนโรคเข้าไปหาเหตุให้ได้ แล้วนำมาสู่กระบวนการป้องกันแก้ไข สถานประกอบการไม่ต้องกลัวว่าจะถูกปิด แต่ขอให้ช่วยให้ความจริงเพื่อการควบคุมได้ในระดับหนึ่ง
ส่วนการจัดการขยะที่หลายคนยังกังวลใจ ว่าหน้ากากอนามัยเป็นขยะติดเชื้อหรือไม่นั้น ถ้าเป็นหน้ากากผ้าก็ซักได้ แต่ถ้าเป็นหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่บุคลากรทางการแพทย์ใช้อยู่ ไม่ต้องห่วง เพราะจะมีการดูแลนำไปกำจัดแบบที่เหมาะสม เป็นการกำจัดขยะแบบสิ่งแวดล้อมที่ดี โดยความร่วมมือของกระทรวงสาธารณสุข
ส่วนขยะที่อยู่ที่บ้านเรือนทั่วไปของทุกคน ดีที่สุดคือขอให้แยกขยะเสียเพื่อเป็นคำตอบที่จะช่วยทำให้เราอยู่ได้ในสังคมปัจจุบัน ทางกรมอนามัยก็มีคำแนะนำ สำหรับการจำกัดมูลฝอยติดเชื้อออกมาเผยแพร่และเนื่องในโอกาส 22 เมษายน เป็นวันคุ้มครองโลก
ขอย้ำคำว่า ป้องกันโรค และปกป้องโลก ช่วยกันดูแลโลกเราให้สะอาดสะอ้าน โลกร้อนก็ลดลง ปลาอยู่ได้ น้ำใสขึ้น เป็นเพราะไวรัสตัวนี้มาเปลี่ยนแปลงโลกเราในวันนี้ ถ้าเราปกป้องโลกเราจะมีโลกที่สดใสสวยงาม กลับคืนมาในเร็วๆ นี้ ทำให้เราใช้ชีวิตแบบปกติได้