ป่วยโควิดเหลือคนเดียว! บำราศนราดูรทยอยปิดวอร์ด
วันที่ 5 เม.ย. ที่สถาบันบำราศนราดูร นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงผลการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ว่าทีมสถาบันบำราศนราดูรทำงานป้องกันและรักษาผู้ป่วยโควิด-19 มาตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค.จนถึงปัจจุบัน มีผู้ป่วยหลากหลายอายุน้อยสุดคือ 47 วัน ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนผู้ป่วยโควิดเกือบ 3 พันคน รักษาที่สถาบันบำราศฯ 214 ราย เสียชีวิต 4 ราย
กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
![]()
” โดยมีหลายๆ อย่างเกิดขึ้นครั้งแรกที่นี่ มีการประยุกต์เกี่ยวกับการรักษา และรวบรวมประสบการณ์เพื่อประโยชน์ในการรักษาโรคโควิด-19 ของไทยต่อไป จากการผ่อนปรนทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายคน การขนส่งมวลชนคนแน่น รวมถึงการเปิดกิจการก็มีคนไปแย่งซื้อของที่ไม่ใช่ของจำเป็นอย่างเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นั่นหมายความว่าเรามีโอกาสที่จะกลับไปพบผู้ป่วยแบบกลุ่มก้อน และแพร่ระบาดได้เช่นเดียวกับที่ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ ”
ด้านนพ.อภิชาติ วชิรพันธ์ ผอ.สถาบันบำราศนราดูร กล่าวว่า 4 เดือนในการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 มีผู้ป่วยเข้าข่ายสอบสวนโรค (PUI) 5,062 ราย ยืนยันติดเชื้อ 214 คน โดยในจำนวนผู้เสียชีวิต 4 ราย เป็นการรับส่งต่อมาจากรพ.อื่น 3 ราย สำหรับปัจจุบันเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ที่ดูแลรักษา 1 ราย ซึ่งเดิมเป็นคนที่มีอาการรุนแรงต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ
” แต่ปัจจุบันอาการดีขึ้นแล้ว ส่วน PUI เข้ามาใหม่ 10 ราย มีประวัติหลากหลาย ศักยภาพของสถาบันบำราศฯรับคนไข้ได้ประมาณวันละ 300 ราย แต่ในช่วงพีคมีคนไข้ PUI เข้ามามากถึงวันละ 700-800 ราย ทำให้ต้องรอนานจนสถาบันฯ ต้องต้มมาม่าให้รับประทาน ดังนั้นอย่างที่มีการคาดการณ์เราจะอยู่กับโรคนี้ไปอีกระยะ การระบาดระลอกสองเราไม่อยากเห็นภาพคนไข้ล้นอีก ทั้งนี้ ผู้ป่วย 1 คนต้องใช้บุคลากรทางการแพทย์ไม่ต่ำกว่า 2 คน ส่วนค่าใช้จ่ายหากเป็นคนไข้หนักและเสียชีวิต อยู่ราวๆ รายละ 1 ล้านบาท ”
นพ.อภิชาติ กล่าวต่อว่า การที่รัฐผ่อนปรนมาตรการหลายอย่าง แต่สิ่งที่ขอประชาชนอย่าหย่อนยาน คือ การสวมหน้ากากผ้า หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ อย่าไปพบปะรวมกลุ่มกันโดยไม่จำเป็น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวแปรที่ทำให้เกิดการระบาดระลอกสองขึ้น วันนี้เมื่อคนไข้เราน้อยจึงได้มีการปิดวอร์ดคนไข้จาก 7 วอร์ด เหลือ 1 วอร์ด ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ และปรับบุคลากรให้ได้พักผ่อน แต่ก็เตรียมความพร้อมตัวเองอยู่ตลอดเวลาในการรับมือกับโควิด-19 ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีบุคลากรการแพทย์ของเราติดเชื้อแต่อย่างใด
ส่วน นพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ รองผอ.สถาบันบำราศฯ ฝ่ายควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล กล่าวว่า ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 เฉลี่ย 1 คน รักษาตัวในรพ. 2 สัปดาห์ คนไข้อายุน้อยสุด 47 วัน มากสุด 83 ปี โดยส่วนใหญ่ของผู้ป่วยอายุเฉลี่ย 21-30 ปี เพศชาย 60% หญิง 40% โดย 60% มีอาการน้อยคล้ายไข้หวัด 20% ปอดอักเสบเล็กน้อย 19% อาการหนัก 6% สำหรับอัตราการเสียชีวิตที่สถาบันฯ 0.5% ส่วนการใช้ยารักษาพบว่า 1 ใน 3 ไม่จำเป็นต้องใช้ยา แต่รักษาตามอาการ และ 2 ใน 3 ได้รับยาต้านไวรัส ที่ใช้มี 3 กลุ่มได้แก่ ยาต้านไวรัสเอชไอวี ยารักษามาลาเรีย และรูมาตอยด์ และยาฟาวิพิราเวียร์
” สถาบันบำราศฯ เป็นหน่วยงานที่รับส่งต่อผู้ป่วยอาการหนัก ทำให้อัตราผู้ป่วย 6% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั้งประเทศซึ่งอยู่ที่ 3% ทั้งนี้ในคนปกติที่ป่วยโควิด-19 จะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ก็ดีขึ้น แต่ในจำนวนผู้ป่วยหนักเป็นกลุ่มเสี่ยงจากอายุที่มาก 60ปีขึ้นไป และคนที่มีภาวะเสี่ยงเช่น ตับแข็งจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถุงลมโป่งพองจากการสูบบุหรี่ โรคหัวใจ เป็นต้น ทำให้การดำเนินโรครุนแรงขึ้น และต้องรักษาตัวนาน บางรายทำให้ต้องล้างไต 24 ชั่วโมง ดังนั้นขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ “



