จากกรณี โรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา จังหวัดสมุทรปราการ ประกาศหยุดเรียนวันที่ 8-11 กันยายน 2563 เนื่องจากมีผู้ปกครองของนักเรียนติดเชื้อโควิด 19 จำนวน 1 ราย โดยทางโรงเรียนยืนยันว่า ไม่มีครู บุคลากร หรือนักเรียนคนใดติดเชื้อ แต่ที่ต้องปิดเพื่อทำความสะอาด และลดความกังวลของผู้ปกครองและนักเรียน
นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ผู้ปกครองของเด็กที่ติดเชื้อโควิด 19 เป็นกรณีที่กรมควบคุมโรคแถลงเมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งสมาชิกครอบครัวทั้งหมด 6 คนได้รับการตรวจแล้ว ไม่พบเชื้อโควิด พร้อมกับเข้ารับการกักกัน ซึ่งจะครบ 14 วัน ในวันที่ 10 ก.ย.นี้
ดังนั้น นักเรียนและครูที่โรงเรียนซึ่งเป็นผู้สัมผัสกับเด็กที่ไม่พบเชื้อ จึงไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง เนื่องจากผู้ปกครองรายนี้เพียงแต่ไปส่งเด็กโดยไม่ได้เข้าไปในพื้นที่โรงเรียน และขณะนั้นมีการสวมหน้ากากอนามัย มีผู้ที่ทำหน้าที่คัดกรองหน้าโรงเรียน 3 คน เป็นผู้เสี่ยงต่ำ ส่วนคนในโรงเรียนที่เหลือจึงไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง โอกาสได้รับเชื้อแทบไม่มี เพราะไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโดยตรง และเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นนานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว จึงขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวล และยังคงต้องตระหนักถึงการป้องกันโรคต่อไป
ด้าน นพ.เอนก มุ่งอ้อมกลาง ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) กรมควบคุมโรค กล่าวว่า สปคม.ได้ร่วมกับพื้นที่แม่สอดในการนำรถพระราชทาน 5 คันออกตรวจเชิงรุก Active case finding ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ระหว่างวันที่ 8-9 ก.ย. 2563 รวมทั้งสิ้น 2,635 คน แบ่งเป็นคนไทย 1,641 คน และต่างด้าว 994 คน ซึ่งคาดว่าจะทราบผลใน 24-48 ชั่วโมง และจะทำให้ประเมินได้ว่าสถานการณ์แม่สอดมีการระบาดหรือการติดเชื้อโควิดหรือไม่อย่างไร
แต่จากการติดตามความร่วมมือในการสวมหน้ากากอนามัยทำให้ทราบว่า อย่างฝั่งพม่าพบ 98% ให้ความร่วมมือดี ส่วนฝั่งไทยให้ความร่วมมือ 95% ขณะนี้ยังได้จัดทีมกว่า 300 คน คอยประจำตามชายแดน ทำหน้าที่เก็บตัวอย่างส่งตรวจหาเชื้อโควิด ส่วนคนที่ถูกเก็บตัวอย่างก็จะมีการกักกันตัวไว้ ขณะที่สถานการณ์ฝั่งพม่ามีการตรวจเชื้อและกักกันตัวเช่นกัน
“วันที่ 8-9 ต.ค. จะลงพื้นที่ไปด่านสะเดา จ.สงขลา ในการตรวจเชื้อเชิงรุก Active case finding นอกจากนี้ ในส่วนของตาก จะมีการอบรมพยาบาล นักวิชาการสาธารณสุข เป็นการสร้างทีมในการเก็บตัวอย่างเพิ่มเติม” นพ.เอนก กล่าว