โควิด : เสนาธิการทหารเรือ ตรวจความพร้อม โรงพยาบาลสนาม 3 แห่ง รองรับผู้ป่วยอาการเบา รวมทั้งจัดเตรียมโรงพยาบาลหลัก อีก 2 แห่ง รับผู้ป่วยอาการหนัก
เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2563 พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผบ.ทร. ได้มอบหมายให้พล.ร.อ.ธีรกุล กาญจนะเสนาธิการทหารเรือ ตรวจความพร้อมโรงพยาบาลสนาม 3 แห่ง เพื่อเตรียมการในการรองรับผู้ป่วย โควิด-19 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่
- ข่าวดีส่งท้ายปี! สมุทรสงครามหายป่วย ‘โควิด’ แล้ว 5 ราย กำหนดพื้นที่แพร่ระบาด 2 ระดับ
- เช็กด่วน 23 จุดเสี่ยงโควิด ชลบุรี ใครไปมา หากไอ มีไข้ ให้แยกตัว ใส่แมสก์ รีบไปพบหมอ
- นนทบุรีบวก 7 ป่วย ‘โควิด’ คุมเข้มคอนโดสีชมพู ล้อมลวดหนามเพิ่ม คัดกรองกว่า 700 คน
ที่โรงพยาบาลสนาม ศูนย์การฝึก หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โรงพยาบาลสนามค่ายพระมหาเจษฎาราชเจ้า หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และโรงพยาบาลสนาม สนามฝึกกองทัพเรือ บ้านจันทเขลม จ.จันทบุรี
พล.ร.อ.ธีรกุล กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในหลายพื้นที่ของประเทศ ในส่วนของกองทัพเรือ ผบ.ทร. ได้สั่งการให้หน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือเตรียมความพร้อมและดำเนินการ โดยให้กรมแพทย์ทหารเรือ จัดเตรียมโรงพยาบาลหลัก
ประกอบด้วยรพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า และรพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ใช้สำหรับตรวจวินิจฉัยและรับผู้ป่วยที่มีอาการหนัก พร้อมทั้งเตรียมโรงพยาบาลเฉพาะโรค 2 แห่งคือรพ.ทหารเรือกรุงเทพ และรพ.อาภากรเกียรติวงศ์ สำหรับผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ

พล.ร.อ.ธีรกุล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังให้หน่วยกองทัพเรือในพื้นที่ต่าง ๆ จัดพื้นที่ควบคุมเพื่อเฝ้าระวัง ในพื้นที่กรุงเทพฯ จัดที่กรมยุทธศึกษาทหารเรือ พื้นที่สัตหีบ จัดที่อาคารรับรองกองทัพเรือพื้นที่สัตหีบ และหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง
พื้นที่จ.จันทบุรี จัดที่กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด พื้นที่ทัพเรือภาคที่ 2 จัดที่ฐานทัพเรือสงขลา พื้นที่ทัพเรือภาคที่ 3 จัดที่ฐานทัพเรือพังงา พื้นที่จ.นราธิวาส จัดที่ค่ายจุฬาภรณ์ พร้อมทั้งจัดเตรียมโรงพยาบาลสนามสำหรับสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุข ในกรณีที่มีผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก จำนวน 3 แห่ง ในจ.ชลบุรี 2 แห่ง และจ.จันทบุรี 1 แห่ง

ซึ่งการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ทั้ง 3 แห่งนี้ จะใช้ในกรณีที่โรค โควิด-19 ขยายวงกว้าง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดตั้งระบบบริการดูแลรักษาพยาบาล ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค ในกรณีที่เกินขีดความสามารถของโรงพยาบาล
ตั้งแต่การคัดกรองผู้ป่วย การให้การวินิจฉัย การดูแลรักษาแบบ One Stop Services รวมถึงเพื่อให้สามารถรับผู้ป่วยโรค โควิด-19 ที่ได้รับการรักษาจากโรงพยาบาลแต่ต้องกักกันโรคต่อ หรือผู้ป่วย โควิด-19 ที่มีอาการไม่รุนแรง
