รมว.บี แจงไม่รวม "หมอชนะ" ไว้กับ "ไทยชนะ" ลั่น ดูดข้อมูลส่วนตัว แต่ไม่รั่วแน่!

8 ม.ค. 2564 - 11:47 น.

รมว.”พุทธิพงษ์” ย้ำอีกที หากใครไม่โหลดแอพพลิเคชั่น “หมอชนะ” ไม่ผิดกฎหมาย ยัน ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน ไม่รั่วไหลแน่นอน โต้ดูดเสียงผ่านไมโครโฟน

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 8 ม.ค.64 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ให้สัมภาษณ์ถึงความสับสนของประชาชนในการโหลด แอพพลิเคชั่น “หมอชนะ” และข้อกังวลเรื่องของมูลส่วนบุคคล ว่า

การรณรงค์ให้ใช้แอพพลิเคชั่นหมอชนะ เพื่อช่วยให้สะดวกในการติดตามบุคคลและควบคุมการแพร่เชื้อของโรคที่ไปกับบุคคล โดยหลักการออกแบบแอพพลิเคชั่นดังกล่าว มีแนวคิดเพื่อการติดตามและระมัดระวังเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ได้ไปละเมิดสิทธิ์ของใคร ส่วนข้อกังวลต่างๆ ขอชี้แจง 3 เรื่อง คือ ความปลอดภัยของบุคคล

ขอเรียนว่ามีความปลอดภัยเพราะเมื่อโหลดไปแล้วจะไม่ปรากฏชื่อและนามสกุลของบุคคลนั้น แต่จะเป็นรหัสตัวเลขระบบคอมพิวเตอร์ เช่น 111 ดังนั้น เวลาเข้าไปดูจะไม่รู้ว่าเป็นใคร ซึ่งผู้ที่จะเข้าไปดูข้อมูลได้จะเป็นกลุ่มสาธารณสุขโดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ที่จะสามารถย้อนหลังไปได้ประมาณ 14 วัน ว่าหมายเลขนี้ไปพบกับใครบ้าง

หากพบความเสี่ยงจะส่งสัญญาณเตือนไปที่เจ้าของหมายเลขนั้นๆ ส่วนเรื่องข้อกังวลเกี่ยวกับไทม์ไลน์ที่ไม่อยากบอกคนอื่น การโหลดแอพฯ จะทำให้ไม่ต้องบอกไทม์ไลน์ให้คนอื่นรู้ เพราะระบบสามารถตรวจสอบเองว่าคนที่ติด 1 คนได้ไปสัมผัสกับใครบ้างที่โหลด

ดังนั้น สบายใจได้ว่าถ้ามีปัญหา มีความเสี่ยงหรือติดเชื้อจะได้ไม่ต้องมานั่งนึกไทม์ไลน์ และที่ต้องมีการถ่ายรูปเพื่อยืนยันตัวตนจนกังวลว่าอาจจะไม่ปลอดภัย และรูปถ่ายจะถูกนำไปเก็บในข้อมูลของรัฐบาลหรือไม่ ยืนยันว่าการถ่ายรูปในแอพพลิเคชั่นเป็นแค่การถ่ายรูปและเก็บไว้ในมือถือของบุคคลนั้นๆ ไม่ได้นำมาเก็บไว้เป็นข้อมูลส่วนกลาง

ซึ่งการถ่ายรูปยืนยันตัวตนในกรณีจะเดินทางข้ามจังหวัด สามารถแสดงต่อเจ้าหน้าที่ที่จุดตรวจได้ และสุดท้ายข้อกังวลว่าแอพพลิเคชั่นหมอชนะ จะถูกติดตั้งไมโครโฟน เวลาพูดอะไรออกไปแล้วจะดูดเสียงเก็บไว้เพื่อเอาข้อมูล ยืนยันไม่เป็นความจริง

แอพพลิเคชั่นหมอชนะ ปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่ใช้ท่ามกลางการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง เพื่อให้หมอ พยาบาล เฝ้าติดตามข้อมูลและป้องกันการติดต่อของเชื้อที่จะไปกับประชาชนที่เดินทางสามารถทำได้เร็วขึ้น และจำกัดการแพร่ตัวของโรคได้

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า แอพพลิเคชั่นดังกล่าวเป็นการขอความร่วมมือให้โหลด แต่ถ้าไม่โหลดวันนี้ไม่ผิดกฎหมาย ไม่โหลดไม่เป็นไร แต่ขอความร่วมมือ เพราะคนที่โหลดก็จะได้ประโยชน์แก่ตัวเอง เวลาไปไหนผ่านไปแล้ว 7 หรือ 10 วัน อาจจะไม่รู้ว่ามีความเสี่ยงหรือไม่ก็ย้อนไปดูได้ ส่วนคนที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือ หรือระบบที่จะโหลดได้ ก็ให้เข้าระบบปกติคือการบันทึกเอกสาร

ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยและสาธารณสุข ได้จัดทำเอกสารให้กรอกข้อมูล และเมื่อโหลดและกรอกข้อมูลเบื้องต้นเพื่อแสดงสถานะจะถือว่าทุกคนมีความเสี่ยงต่ำ เพราะระบบติดตามจะเริ่มเมื่อโหลดแอพพลิเคชั่นและติดตั้งเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นเมื่อเดินทางและไปอยู่ใกล้บุคคลที่มีความเสี่ยง ไทม์ไลน์ก็จะเริ่มขึ้น ขอยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดปลอดภัย เป็นประโยชน์ต่อการติดตามควบคุมและสอดส่องโรค

ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุใดไม่รวมแอพพลิเคชั่น “ไทยชนะ” กับ “หมอชนะ” ไว้ด้วยกันเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ระบบการทำงานไม่เหมือนกัน การใช้แอพพลิเคชั่นไทยชนะ เพราะสถานการณ์ของประเทศไทยผ่อนคลายลงมาก และรูปแบบเป็นการเช็กอินเช็กเอาท์ ถ้าพบว่ามีใครติดเชื้อต้องมานั่งดูว่ามีใครอยู่ในเวลาใกล้เคียงกันแล้วโทร.ไปแจ้ง แต่ในปัจจุบันมีการแพร่ระบาดมาก มีการเดินทางไปในที่ต่างๆ ระบบของหมอชนะ ที่ติดตามโดยจีพีเอส และบลูทูธ จะทำได้ดีกว่า แต่ถ้าจะใช้ทั้ง 2 แอพพลิเคชั่นก็ได้ ซึ่งแอพพลิเคชั่นทั้ง 2 ตัวแตกต่างกันที่ระบบการทำงาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ รมว.บี แจงไม่รวม "หมอชนะ" ไว้กับ "ไทยชนะ" ลั่น ดูดข้อมูลส่วนตัว แต่ไม่รั่วแน่!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง