คณบดีศิริราชฯ เผยทั่วโลกฉีดวัคซีนโควิดแล้ว 46 ล้านคนกว่า 100 ล้านโดส แนวโน้มติดเชื้อลดลง ติดตามผลเบื้องต้นอาการข้างเคียง ส่วนใหญ่ไม่รุนแรง

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
เพิ่มเพื่อน

เมื่อวันที่ 2 ก.พ.64 ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงสถานการณ์โควิด 19 ระดับโลก หลังมีการฉีดวัคซีนโควิด-19 ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ Mahidol Channel ว่า ข้อมูลวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา ทั่วโลกฉีดไปแล้ว 90 ล้านโดส ประมาณ 45 ล้านคน

แต่ข้อมูลล่าสุดถึงวันที่ 2 ก.พ. ฉีดไปแล้วกว่า 100 ล้านโดส น่าจะถึง 46 ล้านคนแล้ว โดยสหรัฐอเมริกาฉีดวัคซีนโควิด-19 มากที่สุดจำนวนเกือบ 28 ล้านโดส ใน 23 ล้านคน จากประชากรทั้งหมดประมาณ 328 ล้านคน คิดเป็นอัตราการฉีดไปเกือบ 7% ตามด้วยจีน 23 ล้านโดส สหราชอาณาจักรเกือบ 9 ล้านโดส ฉีดไป 8.38 ล้านคน จากประชากร 66.65 ล้านคน ฉีดไปแล้วในอัตรา 12.57%

ส่วนอิสราเอลเป็นประเทศที่ไม่ใหญ่ แต่อัตราการฉีดต่อประชากรสูงที่สุด โดยฉีดไปแล้ว 4.66 ล้านโดส ในคน 2.97 ล้านคน จากประชากร 8.88 ล้านคน หรือฉีดไปในอัตรา 33.44%

“จากการติดตามผลข้างเคียงหรืออันตรายที่เกิดขึ้น และติดตามประสิทธิผลของวัคซีน ในช่วงเวลาหนึ่งหลังฉีด พบว่ากรณีผลข้างเคียงส่วนใหญ่รายงานอาการไม่รุนแรงและหายเองภายใน 1-2 วัน หรือกินยาเล็กน้อย เช่น ปวด บวม แดงหรือบริเวณที่ฉีดวัคซีน ไข้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ หนาวสั่น ปวดข้อ ซึ่งเป็นอาการที่วัคซีนประเภทใดก็มีโอกาสเจอ ส่วนผลข้างเคียงรุนแรงถึงเสียชีวิตพบน้อยมาก ซึ่งช่วงต้นๆ ของการฉีดวัคซีนก็มีรายงานว่ามีคนเสียชีวิต

เมื่อมีการสอบสวนก็พบว่าไม่ได้เกี่ยวพันกับวัคซีนโดยตรง ซึ่งการฉีดวัคซีนในผู้สูงอายุจึงเป็นเรื่องที่ต้องระวัง” ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวและว่า สำหรับการฉีดวัคซีนชนิด mRNA ที่ต้องฉีด 2 เข็ม โดยเข็มแรกร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้น หลังจากนั้น 3 สัปดาห์ฉีดเข็มที่ 2 แต่ภูมิคุ้มกันจะขึ้นเต็มที่ต้องรอไปอีก 1 สัปดาห์ ดังนั้น ภูมิคุ้มกันจะค่อยๆพัฒนาขึ้น ไม่ใช่ฉีดเข็มแรกจะขึ้นเลย

ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนประสิทธิผลเมื่อพิจารณาข้อมูล 7 วันสุดท้าย วันที่ 25-31 ม.ค. จำนวนผู้ป่วยต่อวันขึ้นและหลังจากนั้นก็เริ่มลง แต่อัตราการเสียชีวิตยังขึ้น แม้ความชันจะน้อยลง โดยสำหรับสหรัฐฯ ฉีดวัคซีนครั้งแรก 14 ธ.ค.2563

โดยฉีดชนิด mRNA ซึ่งจำนวนผู้ติดเชื้อต่อวันตั้งแต่วันที่ 25-31 ม.ค.64 พบติดเชื้อเฉลี่ย 1.5 แสน -1.7 แสนคนต่อวัน จำนวนผู้เสียชีวิตอยู่ประมาณ 3-4 พันคนต่อวัน แต่หากย้อนกลับไปไกลอีกตั้งแต่วันที่ 6-17 ม.ค.64 ตัวเลขติดเชื้อตั้งแต่ 2-3 แสนต่อวัน แต่หากเทียบตัวเลขถือว่าลดลง แต่อัตราการเสียชีวิตอาจยังไม่ชัดมาก แต่มีแนวโน้มเริ่มลดลง

ส่วนสหราชอาณาจักร ที่เคยมีข่าวว่ามีสายพันธุ์ที่ทำให้แพร่ระบาดรวดเร็ว และเป็นประเทศแรกที่นำวัคซีนมาฉีดประเทศแรก โดยตัวเลขตั้งแต่วันที่ 25-31 ม.ค. ติดเชื้ออยู่ประมาณ 2.2 หมื่น – 2.5 หมื่นรายต่อวัน แต่ก่อนหน้านี้วันที่ 6-17 ม.ค. พบการติดเชื้อ 4-5 หมื่นคนต่อวัน ซึ่งช่วงต้นม.ค. วัคซีนอาจยังไม่ออกฤทธิ์มากนัก ส่วนอัตราการเสียชีวิตก็เริ่มลดลง แต่กรณีนี้ยังไม่อยากสรุปเรื่องลดอัตราเสียชีวิต เพราะต้องรอข้อมูลชัดกว่านี้ แต่ก็มีแนวโน้มว่าจะลดลงเช่นกัน

“ยังไม่สามารถบอกได้ว่าทุกประเทศอัตราติดเชื้อจะลดลง ต้องติดตามมากขึ้น อย่างเยอรมนี เริ่มฉีดครั้งแรกปลายเดือน ธ.ค.2563 ซึ่งก็ยังสรุปตัวเลขลดลงของผู้ติดเชื้อไม่ได้ เพราะบางครั้งอาจลดลงด้วยตัวมันเอง ฝรั่งเศสมีการฉีดวัคซีนในเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับประชากรทั้งหมด หรืออย่างอิสราเอลกำลังจะสรุปผลการฉีด โดยขณะนี้ฉีดไปแล้วเกือบ 1 ใน 3 ของประชากรของเขา ซึ่งต้องรอการรายงานอย่างเป็นทางการก่อน” ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าว

คณบดีศิริราช กล่าวว่า ในสหรัฐฯ มีการสอบถามประชากรต่อการฉีดวัคซีน โดยสำรวจเมื่อวันที่ 30 พ.ย. – 8 ธ.ค.2563 พบว่าคน 15% ไม่ฉีดวัคซีนแน่นอน มี 9% บอกว่าหากจำเป็นก็ฉีด และมี 39% จะฉีด แต่ขอรอดูก่อนว่าปลอดภัยจริงหรือไม่ ส่วนอีก 34% บอกว่าถ้าวัคซีนมาจะฉีดทันที แต่เมื่อสำรวจ 11-18 ม.ค.2564 พบว่าคนตอบรับฉีดวัคซีนเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม โดยขณะนี้มี 6% ที่ฉีดครบ 2 เข็มแล้ว

“ตัวเลขที่ชัดเจนว่า ต้องฉีดวัคซีนโควิดในประชากรกี่คน ถึงจะทำให้เกิดการสร้างภูมิฯ และตัวเชื้อหายไป ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลชัดเจน แต่คาดการณ์กันประมาณ 60-70% ส่วนขณะนี้วัคซีนยังไม่เข้ามา สิ่งสำคัญขอให้ทุกคนปฏิบัติตามมาตรการเดิม คือสวมหน้ากากอนามัย/ผ้า หมั่นล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการที่อยู่ในที่คนชุมนุมเยอะๆ เว้นระยะห่าง และเมื่อฉีดวัคซีนแล้วก็ต้องปฏิบัติตามเดิมจนกว่าจะมีข้อมูลยืนยันว่า วัคซีนมีประสิทธิภาพเพียงพอ” ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน