สธ.แถลงกรณีชายอายุ 41 ปี เส้นเลือดในท้องโป่งพองแตกเสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนโควิด คณะกรรมการเผยผบสอบสวนเบื้องต้นสรุปไม่น่าเกี่ยว ชี้โรคเส้นเลือดโป่งพองเหมือนระเบิดเวลา สอบสวน คนที่ฉีดล็อตเดียวกัน 40 คนก็ไม่มีปัญหา ปวดบวมแดงร้อนธรรมดา 5 คน

วันที่ 26 มี.ค. นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และประธานอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการการให้วัคซีนโควิด 19 แถลงข่าวข้อเท็จจริงกรณีผู้เสียชีวิตจากเส้นเลือดในท้องโป่งพองแตก หลังรับวัคซีนโควิด 19 ว่า สธ.เตรียมระบบติดตามผู้ฉีดวัคซีนไว้มาตรฐานเดียวกับต่างประเทศ ครั้งนี้ ระบบตรวจสอบเจอว่า มีเสียชีวิต จึงเข้าระบบสอบสวน แต่พบว่า เส้นเลือดโป่งพองในท้องแตก มีโอกาสเสียชีวิตตลอดเวลา ไม่น่าเกี่ยวข้องกับวัคซีน แต่ต้องรอฟังคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาสรุปอีกครั้ง

นพ.โสภณกล่าวว่า ขณะนี้มีการฉีดวัคซีนไปแล้ว 1.2 แสนกว่าโดส ถือว่ามีความปลอดภัย อย่างของไทยตอนนี้มีอาการแพ้รุนแรงแค่ 2 ราย และทุกคนอาการเป็นปกติหายดีแล้ว ต่อไปจะมีการขยายการฉีดให้ครอบคลุมโดยขยับไปฉีดใน รพ.สต. หรือศูนย์อนามัยใน กทม. หรือการออกหน่วยบริการฉีดผ่านโมบาย เช่น กทม.ที่ไปฉีดในชุมชนรอบตลาดบางแค โดยจะเริ่มที่สมุทรสาครเพื่อให้ครอบคลุมเร็วที่สุด แต่ไม่ประมาท

นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ กล่าวว่า คณะกรรมการสอบสวนเบื้องต้นแล้ว ผู้เสียชีวิตเป็นชายอายุ 41 ปี อยู่จ.สมุทรปราการ มีโรคประจำตัวอยู่เดิม คือ โรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง เข้ารับการผ่าตัด รพ.แห่งหนึ่งช่วงปลาย ม.ค.2564 อยู่ รพ.หลังผ่าตัด 40 วัน จากนั้นแพทย์ให้กลับบ้านไปพักฟื้น โดยพักฟื้นได้ 1 สัปดาห์อาการค่อนข้างปกติดี ตัวเองเห็นว่ามีความเสี่ยงจากโรคประจำตัว จึงไปฉีดวัคซีนโควิด 19 วันที่ 3 มี.ค. หลังกลับบ้าน 1 สัปดาห์สบายดีมาตลอด มีการรายงานอาการหลังฉีดแล้ว 1 วันว่าปกติดี

แต่วันที่ 7 หลังฉีด ไม่มีการรายงานอาการ โดยวันที่ 9 หลังฉีกวัคซีนมีอาการแน่นหน้าอก วิงเวียนศีรษะเป็นลม ไปแอดมิทที่ รพ.แห่งหนึ่ง จากนั้นมีอาการทรุดลง วันที่ 13 มี.ค.จึงเสียชีวิต ซึ่งแพทย์สรุปว่ารายนี้น่าจะเสียชีวิตจากการมีหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองแตกหรือรั่ว ถือเป็นโรคเก่า ซึ่งโรคนี้เหมือนระเบิดเวลาที่ฝังในร่างกาย แต่บังเอิญไปฉีดวัคซีนโควิด 19 เมื่อ 10 วันก่อน คณะผู้เชี่ยวชาญสรุปเบื้องต้นว่าไม่น่าเกี่ยวข้องกับวัคซีน

นพ.ทวีกล่าวว่า สำหรับโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองนั้น หัวใจมีเส้นเลือดแดงขนาดใหญ่มาก แตกแขนงไปเลี้ยงสมอง ช่องอกช่องท้อง แล้วแตกแขนงไปแขนขา เปรียบเสมือนเป็นท่อประปาหลักที่ไปตามระบบอวัยวะต่างๆ หลอดเลือดโป่งพองถือเป็นความผิดปกติ มักเกิดในกลุ่มคนสูงอายุ ซึ่งเนื้อเยื่อมีการเสื่อมสลาย ความแข็งแรงน้อยลง ท่อประปานี้ปั๊มเลือดหลายสิบปีก็เสื่อมสภาพตามวัย นอกจากนี้ ยังมีโรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูง คนสูบบุหรี่

ส่วนพิการแต่กำเนิดเจอได้แต่น้อย ปัญหาใหญ่คือปกติโรคนี้ไม่มีอาการ ทำให้น่ากลัวที่สุด หลายรายบังเอิญตรวจเจอ ทั้งนี้ เส้นเลือดแดงโป่งพองมีโอกาสแตกได้ตลอดเวลา การรักษาคือ ถ้าก้อนเล็กก็จะเฝ้าระวังต่อไปและลดความเสี่ยงต่างๆ ถ้าก้อนใหญ่แตกต้องผ่าตัดทันที ถ้าผ่าทันทีโอกาสรอดมีแต่ไม่มาก เพราะเวลาท่อหลักแตกความดันสูงมาก เลือดจะออกเร็วมาก ถ้าเจอก้อนใหญ่ยังไม่แตกไม่รั่วไม่ซึม ศัลยแพทย์ช่องอกและใจ อาจใส่อุปกรณ์ถ่างขยายหลอดเลือด (สเต็นท์) หรือใส่หลอดเลือดเทียมทำกราฟ

“โรคนี้เหมือนระเบิดรู้ได้ยาก การรักษาคือลดความเสี่ยงตัวเอง ต้องเฝ้าดูอาการ ถ้ามีอาการทันที เช่น เจ็บหน้าอก มึนศีรษะ เวียนหัว ซึ่งคนไข้คนนี้ หลังฉีดวัคซีนไปแล้ววันที่ 7-8 ก็มีอาการของจุกที่ลิ้นปี่ เหนื่อย แสดงว่าอาจจะมีเส้นเลือดโป่งพอง อาจมีการแตกหรือรั่วซึม สรุปแล้วโรคนี้คงบังเอิญมาเกี่ยวข้องกับวัคซีนเท่านั้นเอง แต่วัคซีนไม่ได้เป็นสาเหตุทำให้ผู้ป่วยรายนี้ถึงกับเสียชีวิต” นพ.ทวีกล่าว

เมื่อถามว่ารายนี้ก่อนรับวัคซีนมีการประเมินอาการว่าสามารถรับวัคซีนได้ใช่หรือไม่ นพ.ทวีกล่าวว่า การฉีดวัคซีนจะมีแบบประเมิน ซึ่งรายนี้หลังผ่าตัดนอน รพ.กลับบ้านไปแล้ว 7 วัน เจ้าตัวคงรู้ว่าสบายดีแล้วถึงไปฉีด เพราะมีการเรียกไปฉีด เจ้าตัวเป็นคนที่สามารถตัดสินใจได้ พร้อมกับข้อมูลที่เขาให้ก็มีการประเมินว่าผ่าน

ถามต่อว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าวัคซีนเป็นตัวกระตุ้นของโรคประจำตัว มิเช่นนั้นก็จะสรุปว่าเกิดจากโรคประจำตัวไม่เกี่ยวกับวัคซีนเลย นพ.ทวีกล่าวว่า ที่ตอบว่าไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญชุดใหญ่จะมีกรรมการที่เชี่ยวชาญแต่ละด้าน เช่น รายนี้มีผลเกี่ยวกับเส้นเลือดหลอดเลือด ก็จะมีคณะกรรมการที่เป้นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหลอดเลือด ศัลยกรรมหลอดเลือดเข้ามาร่วมพิจารณาด้วย หรืออนาคตจะมีคนที่เกี่ยวข้องกับทางสมอง ก็จะเชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางสมอง และจะต้องมีผลตรวจสอบทางด้านแล็บต่างๆ มาประกอบด้วย เราคิดเองไม่ได้ เมื่อมีผลข้างเคียงจมีคณะกรรมการอีกคณะหนึ่งที่รับคำปรึกษาได้ตลอดเวลา ถ้าฉีดแล้วมีอะไรรุนแรง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญคำปรึกษาจะบอกว่าให้ทำอะไรก่อน รักษาให้หายก่อน เจาะเลือดเพื่อตรวจพิสูจน์ด้วย เป็นระบบของเราที่เป็นสากล

ถามถึงข้อห้ามของการรับวัคซีนทั้งสองชนิดที่ไทยใช้ นพ.ทวีกล่าวว่า หลักๆ คือ 13.แพ้ส่วนประกอบของวัคซีน แต่วัคซีนเป็นตัวใหม่คงไม่มีใครรู้ว่าแพ้ แต่ถ้าแพ้เข็มแรกจะไม่ฉีดเข็มสอง เดือนที่แล้วมีบุคลากรทางการแพทย์คนหนึ่งแพ้ ก็ฉีดเข็มสองไม่ได้ และ 2.คนมีโรคประจำตัวที่อาการยังไม่เสถียร เช่น โรคหัวใจยังคุมความดันไม่ดี โรคทางสมองที่ยังไม่นิ่ง เป็นต้น เมื่อไรที่นิ่งแล้วคงที่แล้ว แพทย์ที่ดูแลโรคประจำตัวจะประเมินด้วยว่ารับวัคซีนได้ไหม

เมื่อถามว่าฉีดวัคซีนของอะไร นพ.ทวีกล่าวว่า เป็นของซิโนแวค ซึ่งล็อตเดียวกับที่ฉีดคนนี้มาดู ล็อตนี้มี 40 คนที่ฉีดล็อตเดียวกันกล่องเดียวกัน มี 5 คนปวดบวมแดงร้อน ถือว่าต่ำกว่า 10% ไม่ได้เป็นโรคนี้เลย ไม่มีคนแสดงอาการรุนแรงของโรคเลย

ถามต่อว่าจะสรุปผลทางการเมื่อไร นพ.ทวีกล่าวว่า ตอนนี้เนื้อหาเอกสารจนถึงตอนนี้ประมาณ 98% ก็น่าจะสรุปได้ แต่อยากได้หลักฐานมากๆ เพื่อลงมติว่าสุดท้ายเคสนี้เป็นอย่างไร แต่เบื้องต้นก็สรุปมาว่าไม่น่าเกี่ยวข้องกับวัควีน แต่ผลรายงานทางการคาดว่าจะสรุปได้ใน 1-2 วัน หรือสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน