สถานการณ์โควิด สภ.รัตนาธิเบศร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจหาเชื้อยกแผง หลัง รองผกก.ติดโควิด เร่งขอไทม์ไลน์ ข้าราชการศาล-พนักงานบริษัททำสื่อ
วันที่ 8 เม.ย.64 ความคืบหน้ากรณีนายตำรวจระดับรอง ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ ติดเชื้อโควิด-19 จากคลัสเตอร์คริสตัลคลับ ย่านทองหล่อ ทำให้พ.ต.อ.เมษนนท์ นาขวัญ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ ประกาศปิดโรงพัก พร้อมสั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจใต้การบังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่อื่นส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องจำนวน 197 คน เข้ารับการตรวจหาเชื้อ พร้อมทั้งฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อภายในโรงพัก ตั้งแต่เมื่อคืน 7 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้บรรยากาศโรงพักช่วงเช้าวันนี้ มีประชาชนเดินทางมาติดต่อธุระค่อนข้างบางตา
นพ.สฤษดิ์เดช เจริญไชย นายแพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมป้องกัน สาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า กรณีตำรวจสภ.รัตนาธิเบศร์ ติดเชื้อโควิด-19 จากคลัสเตอร์ทองหล่อ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 7 เม.ย. ได้ประสานกับสาธารณสุขอำเภอส่งเจ้าหน้าที่เข้าเก็บตัวอย่างเชื้อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 197 คน คาดว่าผลตรวจจะออกช่วงบ่ายวันนี้
จึงอยากขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยัง สภ.รัตนาธิเบศร์ โดยทางสถานีตำรวจจะปิดทำการเป็นบางจุด แต่ถ้าเป็นไปได้ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในช่วงนี้ ถ้าจำเป็นให้ใช้การโทรศัพท์ติดต่อราชการ หรือเปลี่ยนไปใช้โรงพักอื่นแทน
นพ.สฤษดิ์เดช ยังกล่าวถึงกรณีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดนนทบุรี รายที่ 347 ซึ่งเป็นชาย อายุ 52 ปี ทำงานด้านสื่อบริษัทแห่งหนึ่ง และผู้ป่วยรายที่ 351 เป็นชาย อายุ 57 ปี รับราชการ สำนักงานศาลยุติธรรม ไม่ยินยอมให้ความร่วมมือในการเปิดเผยไทม์ไลน์ก่อนติดเชื้อ ว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.)นนทบุรี ได้รับการประสานจากทางสำนักงานศาลยุติธรรมแล้ว
ว่าในรายผู้ป่วยติดเชื้อรายที่ 351 ซึ่งเป็นชาย อายุ 57 ปี รับราชการสำนักงานศาลยุติธรรม ยินยอมเปิดเผยข้อมูลประวัติการเดินทางก่อนไปรับเชื้อมาให้กับทาง สสจ.นนทบุรีแล้ว ซึ่งทาง สสจ.จะนำข้อมูลไปลงในไทม์ไลน์ผู้ป่วย เพื่อกระจายข่าวให้บุคคลที่สัมผัสหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง ได้เฝ้าระวัง กักตัวดูผลต่อไป
ส่วนผู้ป่วยรายที่ 347 ชาย อายุ 52 ปี ทำงานด้านสื่อ ที่ยังไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลนั้น สสจ.นนทบุรีทำหนังสือแจ้งไปยังบุคคลดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว หากยังคงปิดบังไม่ให้ความร่วมมือในการเปิดเผยข้อมูล จะมีความผิดตามพ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อปี 2558 มีโทษทั้งจำและปรับ ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เพราะอาจทำให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่นในวงกว้าง ทำให้การควบคุมโรคเป็นไปด้วยความล่าช้าและยากลำบาก
นอกจากนี้ในสถานการณ์ที่เชื้อไวรัสกลับมาระบาดรุนแรงอีกครั้ง วิธีป้องกันตนเองดีที่สุดของประชาชนคือ การสวมใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ และงดไปในสถานที่แออัด ก็จะช่วยป้องกันตนเอง และยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิดได้


