อุบลฯเจอโควิดเพิ่มอีก 7 ติดเชื้อจากสถานบันเทิง 3 หัวหิน 1 อีก 3 ผู้สัมผัสกลุ่มผู้ป่วย ชาวบ้านแตกตื่นแห่ไปต่อคิวเจาะเลือดตรวจที่รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จนน้ำยาตรวจ-เจ้าหน้าที่ไม่พอ
กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
![]()
วันที่ 9 เม.ย.2564 ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี นายเกริกชัย ผ่องแผ้ว รองผวจ.อุบลราชธานี ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุบลราชธานี แถลงพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด 19 เพิ่มอีก 7 คน เป็นชาย 3 หญิง 4 คน อายุระหว่าง 19-32 ปี
- อ่าน หมอเลี้ยบ แนะรัฐ “พูดให้ครบ” โควิดสายพันธุ์อังกฤษ อัตราการตายลดลง 4 เท่า!
- อ่าน สธ. เร่งหาเพิ่มพันเตียง เปิดเบอร์ 1668 ดูแลผู้ป่วยหาเตียงไม่ได้
- อ่าน กทม. เปิดชื่อ สถานบันเทิง แหล่งติดโควิดเพิ่ม ใครไปขอให้รายงานตัว
โดยเป็นนักเที่ยวที่ได้รับเชื้อมาจากการไปเที่ยวในสถานบันเทิง กทม. 3 ราย เป็นผู้สัมผัสกลุ่มผู้ป่วยที่ติดเชื้อจากในจังหวัด 3 ราย และเป็นนักเที่ยวในสถานบันเทิง อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 1 ราย ทั้งหมดเข้ารับการตรวจและรักษาตัวอยู่ในรพ. มีอาการไม่รุนแรง ทำให้จ.อุบลราชธานี มีผู้ป่วยติดเชื้อระลอกที่ 3 แล้ว 13 คน รวมกับผู้ป่วย 2 รอบแรก 19 คน รวมเป็น 32 คน เสียชีวิต 1 คน
ขณะเดียวกัน เพจของเจ้าหน้าที่รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ได้ประกาศขอร้องประชาชนที่แห่กันมาเข้าคิวรับการเจาะเลือดตรวจหาเชื้อโควิด 19 ซึ่งโรงพยาบาลเปิดให้บริการตรวจกับประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยและมีโอกาสได้รับเชื้อ โดยไม่ต้องลงจากรถและทราบผลภายใน 15 นาที
” แต่ปรากฏว่า มีประชาชนที่อาจเข้าไปใช้บริการในสถานบริการในเวลาใกล้เคียงกัน แต่ไม่ได้ใกล้ชิดกับผู้ป่วยต่างตื่นตระหนกพากันขับรถมาเข้าคิวขอรับการตรวจหาเชื้อจนล้นออกไปนอกที่ทำการ และมีคนจำนวนมากมารวมตัวกัน ทำให้รพ.มีเจ้าหน้าที่ รวมทั้งน้ำยาตรวจไม่เพียงพอ จึงขอให้ผู้ที่ไม่ได้สัมผัสใกล้ชิด นั่งร่วมโต๊ะเดียวกัน พักอาศัยอยู่กับผู้ป่วย หรือไม่ได้เป็นพนักงานของร้าน ใช้วิธีการกักตัวสังเกตอาการอยู่ที่บ้าน แทนการมาขอรับการเจาะเลือดตรวจหาเชื้อ เพื่อป้องกันการรับเชื้อโดยไม่จำเป็นด้วย ”
สำหรับการเปิดให้บริการเจาะเลือดตรวจหาเชื้อโควิด ที่รพ.สรรพสิทธิประสงค์ ได้เปิดให้บริการแยกจากการตรวจหาเชื้อปกติ ระหว่างวันที่ 8-30 เมษายน 2564 เวลา 10.00-15.00 น. โดยผู้เข้ารับการตรวจต้องเสียค่าบริการรายละ 400 บาท หากผลตรวจเป็นบวก จะได้รับการตรวจยืนยันหาเชื้ออีกครั้ง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ปรากฏเมื่อมีข่าวพบผู้ติดเชื้อระลอกที่ 3 ซึ่งมีไทม์ไลน์ตระเวนไปใช้บริการสถานที่ต่างๆหลายแห่ง ทำให้ประชาชนที่เข้าไปใช้บริการยังสถานที่นั้นๆตื่นตกใจแห่กันมาขอรับการตรวจจำนวนมาก จนเกินกำลังของเจ้าหน้าที่และต้องประกาศใช้วิธีกักตัวดูอาการแทนมาขอรับการตรวจ

