โควิด : ขอนแก่น พบป่วย โควิด เพิ่มขึ้นอีก 29 ราย ผู้ว่าฯ ย้ำเปิดโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 สัปดาห์หน้า เร่งตำบลทำสถานที่กักตัว สำหรับกลุ่มเสี่ยงด้วย

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 23 เม.ย. 2564 ที่สำนักงานสาธารณสุข จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ จ.ขอนแก่น เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ในพื้นที่

นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้มีรายงานยืนยันตัวเลขพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 29 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่ 287 ราย ในจำนวนนี้รักษาหายแล้วและแพทย์ได้อนุญาตให้กลับบ้านได้ 13 ราย มีผู้ป่วยสะสมที่ยังคงรับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 274 ราย

ดังนั้นที่ประชุมวันนี้ได้มีมติในการก่อสร้างโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 ซึ่งตั้งอยู่ภายในอาคารเอนกประสงค์พุทธมณฑลอีสาน ริมถนนเลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-กาฬสินธุ์ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น จำนวน 240 เตียง

ซึ่งขณะนี้เหลือรายละเอียดปลีกย่อยตามระเบียบของคณะทำงานและการตรวจสอบขั้นตอนสุดท้ายตามาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุข โดยคาดว่าโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 นี้นั้นจะสามารถเปิดใช้งานได้ภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 นี้จะมีรพ.สิรินธร อ.บ้านแฮด เป็นแม่ข่ายหลักของการดำเนินงาน

สำหรับการจัดพื้นที่กักตัว 14 วัน สำหรับผู้ป่วยที่ผ่านการตรวจประเมินจากโรงพยาบาลแม่ข่ายมาแล้ว 7 วัน และพร้อมที่จะชำระค่าใช้จ่ายในการรักษาเอง หรือ Hospital มติที่ประชุมได้พิจารณาอนุมัติให้โรงพยาบาลเอกชนทั้ง 3 แห่งของจังหวัด ประกอบด้วย รพ.ขอนแก่น ราม รพ.ราชพฤกษ์ และรพ.กรุงเทพขอนแก่น ได้ดำเนินการตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุขทันที

ขณะที่รพ.ค่ายศรีพัชรินทร์ มทบ.23 ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่ากองทัพบก ได้มีคำสั่งให้ รพ.ค่ายศรีพัชรินทร์ นั้นดำเนินการรักษาผู้ป่วย โควิด-19 ที่เป็นกำลังพลและครอบครัวในการกำกับดูแล ซึ่งสามารถรองรับได้ 19 เตียง

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ได้สั่งการไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง เร่งจัดทำสถานที่กักกันตัว 14 วัน สำหรับคนกลุ่มเสี่ยง โดยสถานที่ดังกล่าวจะเป็นสถานที่กักกันตัวส่วนกลาง ประจำตำบล ด้วยงบของท้องถิ่น ภายใต้การกำกับควบคุมดูแลของกระทรวงสาธารณสุข

โดยให้อำนาจเจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดและใช้อำนาจในการ นำคนกลุ่มเสี่ยงที่สัมผัส ใกล้ชิดหรือเดินทางมาจากจังหวัดสีแดงได้เข้ารับการตรวจคัดกรองและกักตัว 14 วัน ในสถานที่ที่ท้องถิ่นจัดไว้ทันที ซึ่งท้องถิ่นจะต้องทำงานร่วมกับ สาธารณสุขอำเภอ ฝ่ายปกครอง และ อสม. รวมทั้งตำรวจ ในการคุมเข้มตั้งแต่ต้นทางเพื่อการตรวจสอบอย่างเข้มงวด

เช่นเดียวกันกับประกาศปิดหมู่บ้านเสี่ยงหรือล็อคดาวน์ที่จังหวัดได้มอบอำนาจให้ทางอำเภอเป็นผู้พิจารณาปิดหมู่บ้านตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขจากสถานที่เกิดขึ้นนี้อย่างเข้มงวดอีกด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน