สธ.ขยายสายด่วนหมอพร้อม เป็น 180 คู่สาย จองคิวฉีดวัคซีนเพิ่มจากแอพฯ เยียวยากลุ่มหลุดคิว “สภาอุตฯ” เล็งฉีดผู้ประกันตนในนิคมฯ 3 จว.
วันที่ 18 พ.ค.64 ที่วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รับมอบอุปกรณ์สนับสนุนศูนย์ประสานงานข้อมูลหมอพร้อม (Call center หมอพร้อม) จาก นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้สภาอุตฯ ตัวแทนเอกชน สมาคมธนาคารฯ นำเครื่องมืออุปกรณ์มาสนับสนุนศูนย์ประสานข้อมูลหมอพร้อม เบอร์ 02-792-3333 ให้นักศึกษาพยาบาลที่รับสายตอบข้อซักถามประชาชนเกี่ยวกับหมอพร้อม มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันมี 120 คู่สาย ผู้โทร.วันละ 5,000 สาย รับได้ 3,000 สาย และจะเพิ่มอีก 60 คู่สายเป็น 180 คู่สาย เพื่อรองรับบริการ นอกจากการโทร.มาสอบถาม ยังสามารถโทร.เพื่อลงทะเบียนจองรับวัคซีนโควิด-19 ได้ด้วย
“จะมีการนำชื่อ เลขบัตรประชาชนและข้อมูลมาลงในทะเบียน และแจ้งกลับไปว่าจะมารับวัคซีนที่ไหน วันไหน ตามสังกัดที่มีสิทธิรักษา โดยทำการทุกวันตั้งแต่ 09.00-22.00 น. ต้องขอบคุณทางเอกชนที่เข้ามาสนับสนุนเพิ่มคู่สาย และน้องนักศึกษาพยาบาลวิทยาลัยฯ มารับข้อมูลลงทะเบียนให้ประชาชน ถือเป็นบริการสาธารณะ เพราะนักเรียนพยาบาลทุกคนมีจิตอาสาในตัวเอง” นายอนุทิน กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีหน่วยงานต่างๆ หรือบ้านพักคนชราที่จะขอรับวัคซีนโควิด-19 นายอนุทิน กล่าวว่า ให้หน่วยงานต่างๆ รวบรวมรายชื่อและจำนวนเข้ามา อย่างบ้านพักคนชรากลุ่มนี้ก็เป็นกลุ่มเสี่ยง ทางจังหวัดมีข้อมูล ก็ต้องรวบรวมและเสนอคำร้องในแต่ละสัปดาห์หรือแต่ละเดือนเข้ามายัง ศบค.เพื่อพิจารณาจัดกลุ่มและลำดับ จากนั้นจะแจ้งมายังกระทรวงสาธารณสุขเพื่อจัดเตรียมวัคซีนส่งไปให้หน่วยงานที่ร้องขอ เพราะต้องเช็กจำนวนวัคซีนแต่ละจังหวัด เพื่อจะไปตัดคิวจำนวน อย่างเช่นให้นิคมอุตสาหกรรมที่สมุทรสาครแล้ว ก็ต้องไปตัดยอดใหญ่ในประชากรที่สมุทรสาครส่งมา
เมื่อถามถึงกรณีสภาอุตสาหกรรมฯ จะจัดฉีดวัคซีนอย่างไร มีความต้องการวัคซีนเท่าไร นายสุพันธุ์ กล่าวว่า เคยทำสำรวจมีความต้องการล้านกว่าโดสจาก 3,000 บริษัท ให้กับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ในนิคมอุตสาหกรรม วันนี้คุยนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดบางจังหวัดพบว่าที่มีความพร้อมมี 3 แห่ง คือ พระนครศรีอยุธยา สมุทรสาคร และปทุมธานี มีที่ศักยภาพรับรองการฉีด
“แต่ละนิคมฯ จะรู้ว่ามีกี่บริษัท ซึ่งให้ฝ่ายบุคคลแต่ละแห่งจัดวันเข้ามาฉีด เมื่อวัคซีนมาก็มาฉีดตามวันที่กำหนดได้เลย ก็จะเป็นไปตามคิว ไม่ต้องแห่มาโรงพยาบาล ฉีดที่นิคมฯ ก็รวดเร็ว อย่างไรก็ตาม วันที่ 19 พ.ค.จะหารือกับสำนักงานประกันสังคม ว่าจะตัดยอดผู้ประกันตนในนิคมฯ 3 จังหวัดนี้อย่างไร ทั้งนี้ ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นชนิดวัคซีน ขอให้ได้เร็วที่สุดเพราะหากต้องปิดสถานประกอบการจะเกิดมูลค่าความเสียหายกว่า 7-8 หลักต่อวัน ขณะนี้เท่าที่มีความเสียหายเกิดขึ้นแล้วคือเดือนละแสนล้านบาท” นายสุพันธุ์ กล่าว
ต่อข้อถามถึงเรื่องการวอล์กอินฉีดซีน นายอนุทิน กล่าวว่า นายกฯ ให้เริ่มฉีดวัคซีนผ่านระบบหมอพร้อมวันที่ 7 มิ.ย.เป็นต้นไป เน้นในระบบการจองก่อน ส่วนวอล์กอินเป็นการสำรองให้ฉีดหากมีคนที่จองไว้แล้วไม่ได้มาแต่ละวัน จะเหลือเท่าไรก็ขึ้นกับการบริหารจัดการของแต่ละศูนย์ฉีด เป็นหลักเดียวกันทั่วประเทศ แต่ดีที่สุดโทร.มาเรารับสาย จดชื่อบัตรประชาชนลงทะเบียนให้ ไม่ต้องเสียอารมณ์ ลงทะเบียนเป็นล้านก็อาจเจอเด้งไม่เด้งได้
ด้านนพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กรณีมีประชาชนได้รับแจ้งจากโรงพยาบาล ยกเลิกการขึ้นทะเบียนนัดฉีดวัคซีนนั้น จากข้อมูลพบว่ามีอยู่หลักพันคน ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ กทม. เบื้องต้นพบเป็นเพราะว่าทางโรงพยาบาลเข้าใจผิด ว่าต้องฉีดให้กับผู้ป่วยที่มีสิทธิในโรงพยาบาลของตัวเองเท่านั้น ดังนั้นพอมีผู้ลงทะเบียนที่ไม่ได้อยู่ในสิทธิของโรงพยาบาลจึงคัดรายชื่อออก
ตอนนี้มีการพูดคุยทำความเข้าใจและขอร้องทางโรงพยาบาลรับผู้ที่ไม่ได้อยู่ในสิทธิการรักษาของ โรงพยาบาลด้วย ซึ่งทางสมาคม โรงพยาบาลเอกชนรับไปดำเนินการแล้ว อย่างไรก็ตามในส่วนของผู้ที่หลุดจองนั้น จะมีการเยียวยาโดยให้โทร.มาแจ้งที่สายด่วนหมอพร้อม 02-792-2333 เพื่อดำเนินการจัดคิวฉีด สถานที่ฉีด ยืนยันว่าจะพยายามลงคิวให้ไม่ช้าไปกว่าวันที่นัดหมายเดิม รวมถึงหากมีวัคซีนมาก่อน อาจจะเริ่มได้ตั้งแต่ 1 มิ.ย.เป็นต้นไป