ศบค.เผย กทม.พบคลัสเตอร์ใหม่ 6 คลัสเตอร์ เป็นแคมป์ก่อสร้างทั้งหมดใน 5 เขต คือ คลองเตย ห้วยขวาง บางคอแหลม ปทุมวัน และบางรัก

วันที่ 22 พ.ค.64 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) กล่าวว่า
สถานการณ์โควิดของ กทม. กราฟผู้ติดเชื้อยังมีแนวโน้มทะแยงขึ้น เรายังอยู่ในภาวะที่ไม่น่าไว้วางใจ จะสายพันธุ์ไหน เก่าหรือใหม่อย่างไร การติดเชื้อที่แพร่กระจายโดยเร็วทั้งหลายเหล่านี้ ต้องแจ้งให้ประชาชนทราบว่าต้องตื่นตัวแต่ไม่ตื่นตระหนก เพื่อให้ควบคุมการติดเชื้อได้ ซึ่งไวรัสอยู่ในร่างกายมนุษย์และสารคัดหลั่งที่จะกระจายไปในภาชนะต่างๆ ทุกคนต้องช่วยกัน เราอยู่ในสังคมเดียวกัน โดยเฉพาะ กทม.ที่มีความแออัด มีหลายกลุ่มชน มีความซับซ้อนของสังคม จึงไม่แปลกที่กราฟสะท้อนภาพการติดเชื้อออกมาให้เห็น

สำหรับการติดเชื้อวันนี้ กทม.มี 1,191 ราย มีทั้งคนไทยและต่างชาติ โดยต่างชาติ ติดเชื้อ 376 ราย มาจาก รพ. 189 ราย และค้นหาเชิงรุก 187 ราย ตอนนี้หลายหน่วยงานร่วมกันปูพรมตรวจอย่างเต็มที่ เจอเชื้ออยู่ที่ 9.08% การกระจุกตัวอยู่ใน กทม.ชั้นใน สำหรับจำนวนคลัสเตอร์ที่ยังติดเชื้อกันอยู่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เป็น 30 คลัสเตอร์ รวม 24 เขต

ส่วนการตรวจหาเชื้อวันที่ 20 พ.ค. อยากให้เพ่งเป้าตลาดกะปิ ตรวจ 845 คน เจอ 137 คน อัตราติดเชื้อ 16.21% ส่วนตัวเลขรวมการตรวจเชิงรุกในพื้นที่อื่นๆ ด้วย ตรวจ 4,608 คน พบติดเชื้อ 268 คน อัตราติดเชื้ออยู่ที่ 5.75%

ดังนั้น ตลาดบางกะปิ แถวรามคำแหง ต้องลงไปควบคุมโรคโดยเร่งด่วน ขอให้ประชาชนรอบข้างตลาดบางกะปิให้ความร่วมมือทีมงานและดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล ล้างมือบ่อยๆ ใส่หน้ากากตลอดเวลา

“การเฝ้าระวังสูงสุดอยู่ในคลัสเตอร์ 20 แห่ง ส่วนที่พบคลัสเตอร์ใหม่ มี 6 คลัสเตอร์ใน 5 เขต คือ เขตคลองเตย แคมป์ก่อสร้างอิตาเลียนไทย 2 แห่ง เขตห้วยขวาง แคมป์ก่อสร้างอิตาเลียนไทย เขตบางคอแหลม แคมป์ทวีพร เขตปทุมวัน แคมป์โปโล และเขตบางรัก แคมป์ก่อสรางฤทธา จะเห็นว่าเป็นแคมป์ก่อสร้างทั้งนั้น” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

เมื่อถามถึงพื้นที่การตรวจแรงงานข้ามชาติ โดยเฉพาะแคมป์นงานมีมากน้อยแค่ไหน นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า นโยบายนายกฯ บอกว่าทุกคนในประเทศไทยต้องได้รับการตรวจเหมือนกันหมด การระบาดไม่ว่าระลอกไหนมีสิทธิได้รับการตรวจ ตอนโรงงานสมุทรสาครก็มีประเด็นเช่นนี้ก็ได้รับการตรวจ ขอให้รับทราบ ประชาชนทั้งคนไทยและต่างชาติ ไม่ว่ามีสิทธิหรือไม่ขอให้แสดงตัวหากมีความเสี่ยงหรือเห็นว่าอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ถ้าต้องการตรวจเดินไปที่หน่วยงานสาธารณสุขที่ใกล้ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้ตรวจ

ส่วนกลุ่มผู้ประกอบการต้องร่วมรับผิดชอบคนงานที่นำพามา ถ้าจะแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้ก็ต้องขอบคุณ ถ้าเป็นผู้ประกันตนทั้งนอกระบบในระบบดูแลได้ หรือพาไปตรวจ และภาครัฐไม่ต้องกังวลเรื่องงบประมาณ กรมควบคุมโรคของบไปแล้วและได้มา มีก้อนที่จะดูแลค่าใช้จ่ายการตรวจแล็บเพื่อแยกคนป่วยไม่ป่วยออกมา

ถามถึงความคืบหน้าการฉีดวัคซีน นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า รายงานเข้ามาว่า 6 ล้านโดส ทำไมฉีด 2 ล้านกว่าโดส เข้ามา 6 ล้านโดสจริง คือ ตั้งแต่ 24 ก.พ. 2 แสนโดส 22 มี.ค. 8 แสนโดส 10 เม.ย. 1 ล้านโดส 24 เม.ย. 5 แสนโดส 6 พ.ค. 1 ล้านโดส และ 14 พ.ค. 5 แสนโดส แต่กระจายลงพื้นที่จริง 3.6 ล้านโดส ฉีดแล้ว 2.7 ล้านโดส เหลือประมาณ 9 แสนโดส กำลังปูพรมฉีดอยู่ โดยอยู่ระหว่างจัดส่งลงพื้นที่ 4 แสนโดส และอยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณภาพการผลิต 2 ล้านโดส ต้องใช้ระยะเวลาอีกสักระยะหนึ่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน