สธ.เผยผลศึกษาประสิทธิผลวัคซีนซิโนแวค ที่ภูเก็ต รับครบ 2 เข็ม ลดโอกาสการติดเชื้อ 83.3% ลดรุนแรงติดเชื้อไม่พบปอดอักเสบ
วันที่ 16 พ.ค. นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า การฉีดวัคซีนโควิด 19 ที่ภูเก็ต เพื่อฟื้นฟูพื้นที่เศรษฐกิจการท่องเที่ยว ขณะนี้มีผู้รับวัคซีนเข็มแรกแล้ว 45% ของประชากร และครบ 2 เข็ม 22% จากการศึกษาประสิทธิผลของวัคซีนซิโนแวคต่อโอกาสการติดเชื้อโควิด 19 โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ภูเก็ต รพ.วชิระภูเก็ต และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่ครบระยะเวลากักตัว 14 วัน ในภูเก็ต จำนวน 1,366 ราย พบว่า กลุ่มที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคอย่างน้อย 1 เข็ม จะมีประสิทธิผลในการลดโอกาสการติดเชื้อ 73.1% ส่วนกลุ่มที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม ลดโอกาสการติดเชื้อ 83.3%
นอกจากนี้ ได้ศึกษาในกลุ่มผู้ติดเชื้อโควิด 19 จำนวน 386 ราย จาก รพ.วชิระภูเก็ต 237 ราย และ รพ.สนาม 149 ราย พบว่าผู้ติดเชื้อที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็ม จำนวน 6 ราย ทุกรายไม่พบภาวะปอดอักเสบ ส่วนผู้ติดเชื้อหลังได้รับวัคซีนเข็ม 1 จำนวน 31 ราย มี 4 รายที่มีภาวะปอดอักเสบ คิดเป็น 12.9% ซึ่งความชุกของการเกิดปอดอักเสบ ในกลุ่มนี้ไม่แตกต่างจากกลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีน ข้อมูลวันที่ 17 พ.ค. จังหวัดภูเก็ตไม่พบผู้ป่วยโควิด 19 รายใหม่ในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็มแล้ว
“ข้อมูลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าการได้รับวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็มตามแผนการฉีดวัคซีน สามารถลดการติดเชื้อได้ถึง 83% และลดความรุนแรงกรณีที่มีการติดเชื้อได้ดี สำหรับผู้ที่ฉีดเข็มเดียวยังพบติดเชื้อมีอาการรุนแรงอยู่บ้าง แต่ไม่มากนัก จึงยังคงต้องระมัดระวังแม้จะฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว ทั้งการสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือ หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล” ปลัด สธ.กล่าว
นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในงานสัมมนาวิชาการ webinar และเฟซบุ๊กไลฟ์ @psuconnext การนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลประสิทธิผลของการใช้วัคซีนในจังหวัดภูเก็ต ภายใต้หัวข้อ “สนามรบภูเก็ต Sinovac ป้องกันโควิดได้กี่เปอร์เซ็นต์” จัดโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ (วพส.) สธ. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) มอ.ภูเก็ต และ ม.เชียงใหม่ ว่า เราฉีดวัคซีนไปแล้ว 2 ตัว คือ ซิโนแวค และแอสตร้าฯ โดยฉีดแล้วต้องมีการประเมินผล มีการเจาะเลือดศึกษาภูมิต้านทาน เช่น จุฬาฯ ศึกษาคนทั่วไป ศิริราชศึกษากลุ่มบุลคากรทางการแพทย์ รพ.รามาฯ ในคนป่วยโรคไตเรื้อรัง รวมไปถึงการติดตามในระดับพื้นที่ เช่น ภูเก็ต สมุทรสาคร อ.แม่สอด จ.ตาก
นพ.โสภณ กล่าวอีกว่า การติดตามข้อมูลจะมี 3 ข้อ คือ 1. ประเมินประสิทธิผลของวัคซีน อย่างซิโนแวคในไทยเป็นอย่างไร ลดป่วยตายแค่ไหน 2.ระบบสาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์หากเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงแต่ได้รับวัคซีนครบ จะทำงานต่อได้หรือไม่ ปลอดภัยหรือไม่ ต้องกักตัวหรือไม่ และ 3.การเดินหน้าเศรษฐกิจ อย่างภูเก็ตเมื่อฉีดวัคซีนไปแล้วจะเดินหน้าทางเศรษฐกิจได้หรือไม่ จึงต้องมีโมเดลในการประเมินผลว่า มีบทเรียนได้ประสบการณ์อย่างไร ซึ่งภูเก็ตมีแผนการฉีดชัดเจน กำหนดเป้าหมายวัคซีนที่ชัดเจน และบริหารจัดการการฉีดวัคซีนได้ดีมาก โดยมี 5-6 จุดนอกรพ. ฉีดได้บางจุดสูงถึง 1 หมื่นคนขึ้นไป และมีข้อมูลติดตามประเมินผล ที่อื่นๆข้อมูลยังไม่ชัดเท่าภูเก็ต ถือเป็นจังหวัดที่มีความคาดหวังในเรื่องนี้ และจะเป็นบทเรียนเพื่อนำไปกำหนดนโยบายต่อไป
“จากประสิทธิผลครั้งนี้ของภูเก็ต ถือเป็นทางเลือกให้คนมาฉีดวัคซีนให้มั่นใจซิโนแวค และเป็นทางเลือกให้พี่น้องประชาชนได้เลือกได้” นพ.โสภณ กล่าว และว่า จริงๆ ขณะนี้กำลังรอผลการประเมินจากที่อื่นๆ ที่ได้รับวัคซีนไปด้วย ทั้งจ.สมุทรสาคร รวมถึงอ.แม่สอด จ.ตาก
ผศ.ดร.ชยานนท์ ภู่เจริญ นักวิเคราะห์ข้อมูล มอ.ภูเก็ต กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลประสิทธิผลของการใช้วัคซีนในภูเก็ตช่วงเดือน เม.ย. – 10 พ.ค. 2564 โดยฉีดเข็มที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 1 -10 เม.ย.2564 จำนวน 97,423 คน จากประชากรตามเป้าที่ต้องได้รับวัคซีน 466,587 คน ซึ่งรวมประชากรแฝง ฉีดเข็มที่ 2 วันที่ 21-30 เม.ย. จำนวน 90,781 คน หรือคิดเป็น 22% ผลการศึกษาประสิทธิผลของวัคซีนซิโนแวคต่อโอกาสการติดเชื้อโควิด 19 ในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่ครบระยะเวลากักตัว 14 วัน ในจังหวัดภูเก็ต จำนวน 1,366 ราย โดยอายุ 18-59 ปี จำนวน 1,097 ราย พบติดเชื้อ 85 ราย ไม่ติดเชื้อจนครบระยะกักตัว 1,012 ราย โดยในกลุ่มที่ไม่ติดเชื้อพบว่าไม่มีประวัติรับวัคซีน 652 ราย ฉีดวัคซีน 1 โดส 84 ราย และฉีดวัคซีนครบ 2 โดส 276 ราย ส่วนกลุ่มติดเชื้อ 85 รายพบไม่มีประวัติรับวัคซีน 74 ราย ฉีดวัคซีน 1 โดส 6 ราย และฉีดวัคซีนครบ 2 โดส 5 ราย
“เมื่อจัดเรียงข้อมูลแล้วก็นำมาวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า กลุ่มที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคอย่างน้อย 1 โดส จะมีประสิทธิผลในการลดโอกาสการติดเชื้อร้อยละ 73.1 ส่วนกลุ่มที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม ลดโอกาสการติดเชื้อร้อยละ 83.3 อย่างไรก็ตาม ข้อมูลของวัคซีนครบ 2 เข็มนั้นจะต้องรอยืนยันผลการศึกษาอีกครั้งจากการศึกษาในรอบเดือนมิ.ย. เนื่องจากกลุ่มนี้เป็นกลุ่มเกิน 14 วัน เพื่อความสมบูรณ์จะมีข้อมูลตรงนี้ออกมา ส่วนข้อมูลผู้ที่ได้รับวัคซีนช่วงเดือน มี.ค. นั้น ขณะนี้กำลังติดตาม ซึ่งมีอีกประมาณ 2,000 ราย รวมทั้งข้อมูลจากผู้รับวัคซีนแบบวอล์กอินในช่วงแรกด้วย” ผศ.ดร.ชยานนท์ กล่าว