ไทยพบ สายพันธุ์เดลต้าติดเชื้อเพิ่ม2เท่า หวั่นสัปดาห์หน้า ยอดโควิดรายวัน พุ่งหลักหมื่น เร่งฉีดวัคซีนให้ผู้สูงอายุ 7 กลุ่มโรคเสี่ยง

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 7 ก.ค.2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6,519 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 6,448 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 4,958 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 1,490 ราย จากเรือนจำและที่ต้องขัง 55 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 16 ราย

ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 301,172 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 4,148 ราย ยอดรวมหายป่วยแล้ว 231,171 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 67,614 ราย อาการหนัก 2,496 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 676 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 54 ราย เป็นชาย 32ราย หญิง 22 ราย อยู่ในกทม. 30 ราย ปัตตานี 4 ราย สมุทรปราการ ปทุมธานี จังหวัดละ 3 ราย นครราชสีมา ยะลา สมุทรสาคร จังหวัดละ 2 ราย เชียงราย เพชรบุรี ชลบุรี นครปฐม ชัยภูมิ นราธิวาส นครศรีธรรมราช และพระนครศรีอยุธยา จังหวัดละ 1 ราย

ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตสะสม 2,387 ราย ขณะที่การฉีดวัคซีน วันที่ 6 ก.ค. ฉีดไปได้ 269,653 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 223,268 ราย เข็มที่สอง 46,385 ราย ขณะนี้มียอดฉีดสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 11,328,043 โดส ซึ่งเป้าหมายเราอยากฉีดให้ได้วันละ 300,000-500,000 แสนโดส ตอนนี้ถือว่ายังน้อยกว่าแผน ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ป่วยสะสม 185,381,383 ราย เสียชีวิตสะสม 4,008,981 ราย

พญ.อภิสมัย กล่าวว่า สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด ได้แก่ กทม. 1,549ราย สมุทรปราการ 548 ราย สมุทรสาคร 434 ราย นครปฐม 266 ราย ชลบุรี 262 ฉะเชิงเทรา 252 ราย ประจวบคีรีขันธ์ 241 ราย นนทบุรี 235 ราย ปทุมธานี 21 ราย และปัตตานี 190 ราย

ส่วนการระบาดในหลายพื้นที่ จ.นนทบุรี โรงงานน้ำจิ้ม อ.บางบัวทอง 61 ราย ,จ.ปทุมธานี โรงพยาบาลเอกชน อ.คลองหลวง 10 ราย ,จ.ตาก โรงงานพืชไร่ อ.แม่สอด 33 ราย ขณะที่ในกทม.มีคลัสเตอร์ที่ต้องเฝ้าระวัง 118 แห่ง พบ 2 คลัสเตอร์ใหม่ คือ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เขตมีนบุรี และโรงงานผลิตจิวเวลรี่ เขตบางนา

พญ.อภิสมัย กล่าวว่า หากดูตัวเลขผู้ป่วยที่มีอาการหนักและใส่เครื่องช่วยหายใจจะเพิ่มจากก่อนหน้านี้พอสมควร อาการหนักจาก 1,000 ต้นๆตอนนี้เป็น 2,000 กว่าราย ใส่เครื่องช่วยหายใจจาก 300 -400 ราย เป็น 600 กว่าราย ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก มีการรายงานลักษณะผู้ป่วยแยกเป็นอาการเขียว เหลือง แดง ช่วงต้นเดือนเม.ย.ผู้ป่วย 80 เปอร์เซ็นต์เป็นอาการระดับเขียว 15 เปอร์เซ็นต์เหลือง และ 5 เปอร์เซ็นต์แดง แต่ปัจุบันสีเขียวเหลือ 70 เปอร์เซ็นต์ เหลือง 20 เปอร์เซ็นต์ แดง 10 เปอร์เซ็นต์

และขอเน้นย้ำผู้ป่วยระดับสีแดง 10 ราย ใช้เครื่องช่วยหายใจ 4-5 ราย และจำนวนผู้ใช้เครื่องช่วยหายใจ 10 รายจะเสียชีวิต 1-2 ราย เป็นตัวเลขที่กระทรวงสาธารณสุขเฝ้าระวัง ทำให้จะมีการปรับแผนฉีดวัคซีนระดมไปที่ผู้สูงอายุ และผู้มี 7 โรคเรื้อรัง โดยในหน่วยฉีดของกทม.จุดต่างๆ ทั้งในส่วนของกระทรวงคมนาคม กระทรวงแรงงาน ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมายังเป็นประชากรส่วนใหญ่ สัปดาห์นี้จะเน้นย้ำการฉีดวัคซีนในทุกจุดให้เน้นไปที่กลุ่มผู้สูงอายุและ 7 โรคเรื้อรัง

เนื่องจากถ้าดูอัตราเสียชีวิตจะพบว่าค่ากลางของผู้เสียชีวิตอายุยังสูงคนที่อายุน้อย และข้อมูลจากกรมควบคุมโรคพบว่าผู้สูงอายุที่ติดเชื้อ 10 คนจะเสียชีวิต 1 ราย ถือว่าสูงอยู่ นโยบายจึงเร่งฉีดวัคซีนให้ผู้สูงอายุและคนที่มี 7 โรคเรื้อรังให้เร็วที่สุด

พญ.อภิสมัย กล่าวอีกว่า และถ้าไปดูภาพรวมของประเทศจะเห็นว่าการติดเชื้อของกทม.และปริมณฑล มีจำนวนเท่ากับจังหวัดต่างๆ จากเดิมที่กทม.และปริมณฑลมีจำนวนมากกว่า สะท้อนให้เห็นภาพว่ามีการเดินทางข้ามพื้นที่ จากพื้นที่สีแดงกลับไปต่างจังหวัด ทำให้มีการกระจายการติดเชื้อไป 40 จังหวัด ที่สำคัญผู้ติดเชื้อของกทม.และปริมณฑล จะเป็นการติดเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้า ทำให้พอจะคาดเดาได้ว่าสายพันธุ์ที่แพร่ไปในต่างจังหวัดเป็นสายพันธุ์นี้ส่วนหนึ่งด้วยเช่นกัน

อีกทั้งจากข้อมูลที่ผู้เชี่ยวชาญเสนอเกี่ยวกับสายพันธุ์เดลต้านั้น พบว่าระบาดไปหลายประเทศ ที่หนักๆคือประเทศอังกฤษ พบผู้ติดเชื้อเกิน 90 เปอร์เซ็นต์ และพบในส่วนของผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว โดยตัวเลขมีรายงานผู้ติดเชื้อ 92,029 ราย ซึ่ง 20,000 รายในจำนวนนี้รับวัคซีนเข็มที่ 1 ไปแล้ว ผู้ที่รับวัคซีนไปแล้ว 2 เข็มมีการติดเชื้อสายพันธุ์นี้ถึง 7,235 ราย

แต่ข้อดีคือผู้ที่ฉีดวัคซีนและติดเชื้อสายพันธุ์นี้มีเพียง 8 เปอร์เซ็นต์ที่มีอาการหนัก ทำให้ยอดเสียชีวิตต่ำลง สรุปแล้วผู้เชี่ยวชาญจึงเน้นย้ำใครมีผู้สูงอายุในครอบครัวให้ได้รับการฉีดวัคซีน หากได้รับการฉีดวัคซีนแม้เพียง 1 เข็มก็ลดการป่วยหนักและเสียชีวิต ส่วนการแพร่ระบาดนั้นทางแพทยสมาคมเป็นห่วง มีการประเมินคร่าวๆว่า เราพบสายพันธุ์เดลต้าเมื่อเดือนมิ.ย.

โดยผู้เชี่ยวชาญจากประเทศสหรัฐอเมริกา รายงานว่าเชื้อโควิดสายพันธุ์นี้แพร่กระจายได้เร็ว จึงคาดการณ์ว่าจะมีการเพิ่มผู้ติดเชื้อ 2 เท่าใน 2 สัปดาห์ หากคาดการณ์ไปสัปดาห์หน้าอาจจะยังขึ้นได้ไปถึง 10,000 ราย จึงขอเรียนให้ทุกคนเน้นย้ำมาตรการส่วนตัว ลดการเคลื่อนย้าย เฝ้าระวังผู้สูงอายุ และเน้นย้ำการฉีดวัคซีน

พญ.อภิสมัย กล่าวอีกว่า สำหรับการรายงานตัวเลขกทม.ที่มีประชาชนรอเตียง วันนี้ กทม.รายงานว่า ผู้ป่วยสีแดงอยู่ที่ 40-50 รายต่อวัน ผู้ป่วยสีเหลือง 200-300 รายต่อวัน ผู้ป่วยสีเขียวอยู่ที่ 300-400 รายต่อวัน ตัวเลขสะสม 2 สัปดาห์จะเห็นได้ชัดว่าแต่ละวันมีผู้ติดเชื้อใหม่เข้ามา ตัวเลขสะสมจึงสูงขึ้น ขณะที่การส่งผู้ป่วยเข้ารับการรักษาศูนย์เอราวัณสามารถดำเนินการส่งผู้ป่วยได้ 500 เที่ยวต่อวัน ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก จึงพูดถึงมาตรการจัดการสองส่วน

คือการเพิ่มศักยภาพการขนผู้ป่วยไปยังศูนย์บริการที่ได้รับการดูแล โดยผู้ป่วยสีแดงต้องเข้าสู่ระบบทันที เหลืองต้องมีระยะเวลาคอยน้อยที่สุด อาจจะเป็น 1วันเพื่อนำทุกคนเข้าสู่ระบบ ส่วนผู้ป่วยสีเขียวหรือสีขาวที่แข็งแรงดี จะถูกจัดสรรไปอยู่ที่ศูนย์พักคอย ที่วันนี้มีการเปิดให้บริการ 5 ศูนย์ ที่เหลือจะทยอยเปิดวันที่ 9 ก.ค. โดยจะมีโรงพยาบาลพี่เลี้ยงคอยดูแลศูนย์ต่างๆ

พร้อมทั้งมีการพูดคุยถึงการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามระดับสูงที่สนามบินสุวรรณภูมิ จะมีการเตรียมการหลังจากนี้ใช้เวลาอีก 3 สัปดาห์ เปิดรับผู้ป่วยได้ประมาณช่วงเดือนส.ค. ประมาณ 5,000 เตียง สำรองสำหรับผู้ป่วยสีแดงวิกฤติ 1,360 เตียง ที่เหลือเป็นสีเหลือง สีเขียว รวมถึงมีการหารือถึงการให้ผู้ป่วยแยกกักที่บ้าน ซึ่งมีการหารือมาหลายครั้ง เหตุที่ยังไม่ประกาศใช้เพราะการให้ผู้ป่วยอยู่ที่บ้านมีความเสี่ยงอยู่ จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

สิ่งสำคัญคือ ต้องมีมาตรการให้ผู้ป่วยประเมินตัวเองได้อย่างแม่นยำ บุคคลากรต้องมีช่องทางในการสอบถามอาการ ประกอบกับต้องมีมาตรการแยกกัก เพื่อไม่ให้แพร่เชื้อบุคคลากรทางการแพทย์จึงไม่อนุญาตให้ผู้ป่วยทุกรายเลือกการแยกกัก เพราะต้องอยู่ในดุลพินิจด้วย

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน