เผยนาทีชีวิต ช่วยหนุ่มใหญ่ร้านทองติดโควิด อาการหนักจนทรุดกองกับพื้น ช่วงเคอร์ฟิว
วอนภาครัฐเปิดให้อาสาเอกชนเข้าช่วย ปชช.ได้ช่วงเคอร์ฟิว

วันที่ 14 ก.ค.2564 นายชัชนภ นักสอน ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางกอกน้อย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ได้รับแจ้งจากหลานสาวผู้ป่วยติดเชื้อ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านทองแห่งหนึ่งย่านบางกอกน้อย ให้เข้าไปช่วยชีวิตเพราะมีอาการทรุดหนักจนล้มลงไปกองอยู่บนพื้น ไม่สามารถลุกได้ ทีมงานพร้อมทีมออกซิเจนจาก เพจลมหายใจฉุกเฉิน และทีมงาน “เราต้องรอด” ได้ขับรถกระบะไปยังร้านทองดังกล่าว

เมื่อไปถึงหลังร้านพบชายเจ้าของร้านวัย 51 ปี อยู่ในสภาพนอนทรุดลงอยู่บนพื้น ทีมงานใส่ชุดป้องกันตนเองเข้าไปประคองผู้ติดเชื้อ ตรวจวัดค่าออกซิเจนพบว่าตกลงอยู่ราว 80 มีอาการหายใจเหนื่อยหอบ ร่างกายอ่อนแรงมาก จึงรีบใส่ออกซิเจนจนค่าออกซิเจนดีขึ้น พร้อมประสานงานไปยังโรงพยาบาลทุกแห่งทั้งของภาครัฐและเอกชนในละแวกดังกล่าว แต่ไม่มีโรงพยาบาลแห่งไหนรับได้ จึงตัดสินใจพาผู้ติดเชื้อขึ้นท้ายรถกระบะทีมงาน พาไปแผนกฉุกเฉิน รพ.ศิริราชทันที

นายชัชนภ กล่าวต่อว่า ระหว่างทางทั้งขาไปรับและขาไปส่งผู้ติดเชื้อไปโรงพยาบาล ติดด่านตรวจของตำรวจ ทีมงานได้อธิบายขอความอนุเคราะห์ด่านตรวจว่ามีผู้ติดเชื้อภาวะวิกฤตต้องพาไปโรงพยาบาล ซึ่งต้องขอขอบคุณทุกด่านตรวจที่ให้ความเมตตา พร้อมอำนวยความสะดวกให้ทีมงานจนไปถึงรพ.ศิริราช เมื่อไปถึงโรงพยาบาลก็ให้ความเมตตารับผู้ติดเชื้อเข้าห้องฉุกเฉินเพื่อตรวจ เบื้องต้นวัดค่าออกซิเจนต่ำกว่า 70 ซึ่งขณะนี้แพทย์ก็ใช้เครื่องช่วยหายใจและยาคลายเหนื่อยประคองอาการอยู่

ทั้งนี้ อาสาเอกชนหรือชาวบ้านที่ไปช่วยผู้ติดเชื้อในเวลากลางคืนกังวลใจ ฝากบอกมาว่าเขาเองก็ไม่ทราบว่าการไปช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินในยามดึก สุ่มเสี่ยงต่อการผิดกฎหมายหรือไม่ หรือเขาอาจพลั้งเผลอไปกระทำอะไรที่อาจละเมิดกฎหมายที่เขาเองก็ไม่รู้

แต่ถ้าภาครัฐจะขยายความรายละเอียดประเด็นนี้และประกาศให้ชัดเจน เพื่อรับรองกลุ่มอาสาเอกชนเหล่านี้สามารถออกพื้นที่ได้ในเวลาเคอร์ฟิว เขาก็จะได้สบายใจ เป็นการช่วยผ่อนเบาภาระของหมอพยาบาลและช่วยประชาชนได้ในเวลาเดียวกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน