ศบค. ชี้ล็อกดาวน์ แต่ยอดติดเชื้อยังพุ่ง เหตุประชาชนยังไม่ปฏิบัติตามมาก หากเข้มมาตรการมากขึ้นกว่านี้ก็จะสร้างความเดือดร้อน จึงต้องประเมินก่อน

4 ส.ค. 2564 – แหล่งข่าวระดับสูงในศบค. เปิดเผยถึงกรณีที่อนุญาตให้ประชาชนสามารถซื้ออาหารกลับบ้านจากร้านอาหารที่จำหน่ายภายในห้างสรรพสินค้าได้ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.ศบค. ได้เห็นชอบในมาตรการการผ่อนคลาย

หากอธิบายให้ประชาชนเข้าใจง่าย ๆ คือ จะมีจุดบริการ 3 จุดประกอบด้วย 1 รับออเดอร์ 2 จุดรับสินค้า และ 3 จุดจำหน่ายอาหาร โดยจุดรับออเดอร์และจุดรับสินค้า ห้างสรรพสินค้าสามารถกำหนดให้ 2 จุดดังกล่าวอยู่ภายในซูเปอร์มาเก็ตได้ หรือกำหนดที่เดียวกับไรเดอร์ได้ หรืออาจกำหนดแยกต่างหากก็ได้ จากเดิมที่ซูเปอร์มาร์เก็ตมีพื้นที่ 100 ตารางเมตร แต่วันพรุ่งนี้จะมีการขยายพื้นที่เป็น 150 ตารางเมตร เพื่อไม่ให้เกิดความแออัด

เมื่อถามถึงเหตุผลที่ไม่อนุญาตให้มีการจำหน่ายอาหารหน้าร้าน แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า กรณีที่ไม่เปิดให้ผู้ซื้อไปเลือกซื้ออาหารหน้าร้านนั้น มีข้อกังวลว่าผู้ซื้ออาจเกิด การเดินวนไปเรื่อย ๆ เพื่อเลือกซื้อสินค้า ซึ่งหากทุกคนทำแบบนี้ ก็จะเกิดความแออัด เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ที่บริเวณศูนย์อาหาร และทางกระทรวงสาธารณสุขจึงมีข้อกังวลไม่อยากให้มีการขายสินค้าบริเวณหน้าร้าน

เมื่อถามถึงกรณีที่จำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงถึง 20,000 ราย จะมีการทบทวนมาตรการหรือไม่ แหล่งข่าวกล่าวว่า ในช่วงนี้มีการเร่งตรวจค้นหาเชื้อเชิงรุกมากขึ้น ทั้งการใช้ antigen Rapid test kit รวมไปถึงมีการใช้ชุดตรวจ CCRT ลงพื้นที่ชุมชน เร่งตรวจเพื่อแยกเอาผู้ติดเชื้อมารักษา ช่วงนี้จึงพบว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงขึ้น

เพราะฉะนั้นในมาตราการด้านสาธารณสุข ยอมรับได้ในระดับหนึ่งแล้ว และให้ใช้มาตรการนี้ต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อเร่งแยกผู้ติดเชื้อนำมารักษา และเร่งจัดตั้งระบบ Home isolation หรือ community isolation

ยอมรับว่าการใช้มาตรการ ล็อกดาวน์หรือเคอร์ฟิวยังไม่ได้ผล เนื่องจากประชาชนยังปฏิบัติตามไม่มากพอสมควร แต่จะพยายามเร่งแก้ไขปัญหา ซึ่งหากเข้มมาตรการมากขึ้นกว่านี้ก็จะสร้างความเดือดร้อนมากขึ้น ถึงต้องประเมินอีกสักระยะหนึ่ง จำนวนผู้ติดเชื้อเองเพิ่มขึ้นอย่างมีเหตุผล ไม่ได้ทำอะไรเลยมาตรการเหมือนเดิม ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมา นั่นจึงน่าเป็นห่วง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน