สธ.จัดหายาฟาวิพิราเวียร์เพิ่มเดือนหน้า 100 ล้านเม็ด ต.ค.-ธ.ค. สำรองอีก 300 ล้านเม็ด ซื้อยาเรมเดซิเวียร์อีก 1 แสนขวด ให้เพียงพอตามเกณฑ์การรักษาใหม่
เมื่อวันที่ 7 ส.ค.64 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา มีการติดโควิดมาก จากการกลายพันธุ์ของเชื้อ เดลตา ทำให้ติดเชื้อได้รวดเร็ว ทวีความรุนแรงมากกว่าสายพันธุ์ที่เรามีอยู่ จึงต้องมีวิธีพึ่งพาตนเอง แม้จะมียาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งเมื่อก่อนเราใช้ 5-6 พันเม็ดต่อวัน
วันนี้ต้องใช้วันละ 8.5 แสนเม็ด เราต้องกดโควิดลงมาให้ได้ เราจะอยู่ในสภาพแบบนี้ตลอดเวลาไม่ได้ เพราะยาฟาวิพิราเวียร์ต้องนำเข้า ทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล โดย สธ.จัดหาจัดซื้อยาฟาวิพิราเวียร์ตลอดเวลา เดือนนี้ซื้อแล้ว 40 ล้านเม็ด เดือนหน้า 100 ล้านเม็ด เม็ดละ 10 บาท เราต้องช่วยเหลือประเทศ ถ้าร่วมมือทุกฝ่ายยังป้องกันได้
ด้าน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. กล่าวว่า จากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้น และการปรับการรักษาให้ยาฟาวิพิราเวียร์เร็วขึ้น ทำให้จำนวนการใช้ยารักษาโควิดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลล่าสุดจนถึงวันที่ 4 ส.ค.64 มีความต้องการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ วันละ 8.5 แสนเม็ดต่อวัน จัดสรรลงพื้นที่ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. ถึง 4 ส.ค.ไปแล้ว 20.5 ล้านเม็ด
ทั้งนี้ สธ.มอบให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) จัดหายาเพิ่มเติม โดยใน 3 เดือนนี้ ตั้งแต่ ต.ค.-ธ.ค. 2564 ให้จัดหาเพิ่มขึ้นอีก 300 ล้านเม็ด เดือนละ 100 ล้านเม็ด สำหรับยาเรมเดซิเวียร์ให้จัดหาเพิ่มอีก 1 แสนขวด รวมเป็น 2 แสนขวดภายใน ส.ค.นี้ ให้เพียงพอตามเกณฑ์การรักษาใหม่เพื่อกระจายให้ทุกจังหวัด
สำหรับเวชภัณฑ์ที่ใช้ประจำ อาทิ หน้ากาก N 95 หน้ากากอนามัย ชุดกาวน์ ถุงมือ ถุงเท้า รองเท้า หมวกคลุมผม กว่า 11 รายการ จากข้อมูลมีการใช้เวชภัณฑ์ในแต่ละเดือนมากที่สุดจากทั่วประเทศ เช่น ถุงมือยาง (disposable glove) มีการใช้ 19 ล้านกว่าคู่ รองลงมา หน้ากากอนามัย (surgical mask) กว่า 16 ล้านชิ้น หมวกคลุมผม (Disposable cap) 3 ล้านชิ้น ชุดกาวน์ (Coverall & gown) 1.6 ล้านชุด เป็นต้น
มีการคาดการณ์การใช้งานเพื่อสำรองให้เพียงพอในการใช้แต่ละเดือน โดยจัดซื้อด้วยงบกลางและงบเงินกู้ มีการจัดสรรไปยังภูมิภาคทุกสัปดาห์ หากพื้นที่ใดไม่เพียงพอ สามารถประสานขอสนับสนุนเวชภัณฑ์เร่งด่วน ได้ที่ กองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
