ไทยติดโควิดเฉลี่ยยังอยู่ที่ 2 หมื่นต่อวัน แม้ยอดเริ่มลด สูงกว่าเวียนดนาม แต่ตายน้อยกว่า จับตา ‘เดลตา’ 4 สายพันธุ์ย่อย ยังไม่รู้ความรุนแรง

วันที่ 25 ส.ค.64 นพ.เฉวตสรร นาทวาท ผอ.กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงสถานการณ์โรคโควิด-19 ว่า วันนี้ประเทศไทยติดเชื้อใหม่ 18,417 ราย สูงขึ้นกว่าเมื่อวานเล็กน้อย แต่ไม่ต่างกันมาก ถ้ารักษาระดับนี้ได้ต่อไป จะค่อยๆ ลดลงไป ซึ่งประสบการณ์ในต่างประเทศ เมื่อขาลงก็จะค่อยๆ ลด ต้องใช้เวลาสักหน่อย

advertisement

โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มมาจากทั้ง กทม. ปริมณฑล และต่างจังหวัด ไม่ใช่ส่วนหนึ่งส่วนใดโดยเฉพาะ ส่วนหายป่วยพบเพิ่ม 21,186 ราย เสียชีวิต 297 ราย โดย 1 ใน 3 มาจาก กทม.คือ 99 ราย ปริมณฑล 74 ราย รวม 2 ส่วนนี้แล้วเกินครึ่งหนึ่ง โดยผู้เสียชีวิตเป็นผู้สูงอายุและมีโรคเรื้อรังรวมกันถึง 92% ภาคที่มีอัตราการเสียชีวิตของผู้สูงอายุมาก คือ กทม. 80% ปริมณฑล 69% ภาคกลาง 70% และภาคใต้ 60% ส่วนหญิงตั้งครรภ์เสียชีวิตอีก 1 ราย เป็นกลุ่มสำคัญที่ต้องฉีดวัคซีนให้ทั่วถึง

สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ฉีดได้ 585,214 โดส ยอดสะสม 28,197,659 โดส เป็นเข็มแรก 21,231,498 ราย คิดเป็น 29% ของประชากร ครบ 2 เข็ม 6,405,537 ราย คิดเป็น 8.9% ซึ่งดีที่สุดคือฉีด 2 เข็มครบ 2 สัปดาห์ภูมิคุ้มกันจะขึ้นเต็มที่ แต่ฉีดเข็มแรกภูมิคุ้มกันก็ขึ้นระดับหนึ่งแล้ว ทั้งสองตัวเลขมีความสำคัญในการไปลดการเสียชีวิตและลดป่วยหนัก ซึ่งเกิดจากภูมิคุ้มกันที่ขึ้นจากเข็ม 1 และ 2

นพ.เฉวตสรร กล่าวต่อว่า หากเปรียบเทียบการติดเชื้อและเสียชีวิตระหว่างไทยและเวียดนาม ซึ่งมีสถานการณ์ใกล้เคียงกัน โดยเวียดนามพยายามใช้มาตรการเข้มข้นล็อกดาวน์ หยุดกิจกรรมทางสังคมเพื่อลดการสัมผัส และเริ่มมีการระบาดจำนวนติดเชื้อเพิ่มสูงมากเหมือนไทย คือปลาย มิ.ย.เป็นต้นมา โดยดูจากตัวเลขการติดเชื้อเฉลี่ย 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. – 23 ส.ค.64 ตอนนี้ตัวเลขติดเชื้อเฉลี่ย 7 วันย้อนหลังของไทยอยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นราย

แม้ช่วงนี้ตัวเลขรายวันจะลดต่ำกว่า 2 หมื่นรายแล้วก็ตา เนื่องจากก่อนหน้านี้มีวันที่เกิน 2 หมื่นรายอยู่ ส่วนเวียดนามเฉลี่ยประมาณ 1 หมื่นรายเศษ ถือว่าน้อยกว่าไทยครึ่งหนึ่ง แต่การเสียชีวิตของเวียดนามสูงกว่า โดยประเทศไทยการเสียชีวิตย้อนหลัง 7 วันอยู่ที่ 250 รายต่อวัน แต่เวียดนามอยู่ที่ 350 รายต่อวัน

“ความครอบคลุมของการฉีดวัคซีนเข็ม 1 ของไทยอยู่ที่ 28% เวียดนาม 15% เป็นผลสำคัญของวัคซีนที่ทำให้ลดการเสียชีวิต อย่างผู้เสียชีวิตรายวันที่รายงานจะพบคนฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มเกิน 14 วัน มีเพียง 1-2 ราย จากจำนวนทั้งหมดที่เสียชีวิต 200 กว่าราย แสดงว่าวัคซีนช่วยป้องกันและลดเสียชีวิตได้” นพ.เฉวตสรร กล่าว

นพ.เฉวตสรร กล่าวอีกว่า ส่วนการเจอ “เดลตา” สายพันธุ์ย่อย 4 สายพันธุ์ในไทยนั้น ไม่ได้พบที่เดียวในโลก จึงไม่เรียกว่าสายพันธุ์ไทย ซึ่งตามปกติเวลาเรามีการสุ่มตรวจ ไม่ช้าไม่นานอาจเจอสายพันธุ์ย่อยที่มีรายละเอียดแตกต่างออกไป ซึ่ง 4 สายพันธุ์ย่อยของเดลที่เจอนี้ มีการเจอทั้งที่อังกฤษ เดนมาร์ก สหรัฐอเมริกาอยู่ก่อนแล้ว

ส่วนความรุนแรงน่ากังวลหรือไม่ ยังไม่มีการจัดระดับว่าสายพันธุ์ย่อยนี้ อยู่ในระดับสายพันธุ์ที่น่ากังวล หรือสายพันธุ์ที่ต้องจับตาการเปลี่ยนแปลงอาการความรุนแรง แต่ระบบของประเทศจะมีการดูข้อมูลลักษณะของความรุนแรงและการหายจากการป่วยว่า มีลักษณะที่แตกต่างไปจากเดิมหรือไม่ แต่จำนวนที่เพิ่งเจอมาไม่นานและมีจำนวนน้อย มีรายงานทีแรกคือ 7 ราย เวลาเราสุ่มตรวจอาจมีจำนวนสูงขึ้น ต้องดูว่าสัดส่วนเปลี่ยนไปหรือไม่

“ถ้าสายพันธุ์ที่กระจายได้เร็ว มีโอกาสเบียดแยกเป็นเปอร์เซ็นต์สูงขึ้น แต่หากเจอประปราย นานๆ เจอที ความสามารถแพร่กระจายอาจไม่ต่างจากเดิม สายพันธุ์เดลตาหลักยังเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงอยู่ ตอนนี้ก็ยังเจอประมาณ 92% ของการสุ่มตรวจ โดย กทม.อยู่ที่ 96-97% สายพันธุ์อัลฟาเหลือ 3% สายพันธุ์ใหม่ที่เจอไม่ต้องกังวล เป็นข้อค้นพบทางวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นว่าระบบเฝ้าระวังของเราทำได้ดี สอดคล้องกับที่เจอพื้นที่อื่นๆ” นพ.เฉวตสรร กล่าว

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน