หมอจุฬาฯ วิเคราะห์สถานการณ์ระบาด โควิด ทั่วโลก ตัวเลขยังสูง เตือนไทยยังตัดวงจรระบาดไม่ได้ อาจเกิดการระบาดแรงกว่าเดิม ถ้าไม่ป้องกันให้ดี
รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงการวิเคราะห์สถานการณ์โควิด โดยสรุปสถานการณ์ทั่วโลก โดยพบว่า วานนี้(2ก.ย.64)ทั่วโลกติดเพิ่ม 651,293 คน ตายเพิ่มอีก 10,331 คน โดย 5 อันดับแรก คือ สหรัฐอเมริกา อินเดีย บราซิล รัสเซีย อังกฤษ และ อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส ตุรกี อาร์เจนติน่า อิหร่าน และโคลอมเบีย
โดยพบว่า แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย หลายต่อหลายประเทศติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น หากรวมทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ พบว่ามีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 90.74 ของจำนวนติดเชื้อใหม่ทั้งหมดต่อวัน พร้อมกันนั้น ยังได้ระบุถึงผลการวิจัย ของทางการชิลี หลังจากอนุมัติให้ฉีดซิโนแวค หลังจากพบว่า ช่วยลดอัตราการป่วยรุนแรง ลดโอกาสการเสียชีวิตได้ ในภาพรวมยังพบว่าภูมิคุ้มกันนั้นจะตรวจพบในคนที่ฉีดวัคซีนเพียง 17% หลังฉีดไปเกิน 6 เดือน ซึ่งตอกย้ำความสำคัญของการต้องมีการฉีดวัคซีนกระตุ้น
ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ประสิทธิภาพของวัคซีนนี้หากประเมินหลังจากฉีดเข็มแรกไป 14 วัน จะน้อยกว่าที่เคยมีรายงานในวัคซีนประเภท mRNA และ viral vectorโดย CoronaVac เข็มแรก จะป้องกันการติดเชื้อแบบมีอาการได้ 15.5% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 14.2-16.8%) ลดโอกาสป่วยจนต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลได้ 37.4% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 34.9-39.9%) ลดโอกาสป่วยรุนแรงจนต้องรักษาในไอซียูได้ 44.7% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 40.9-48.3%) และลดโอกาสเสียชีวิตได้ 45.7% (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 40.9-50.2%)
ข้อมูลข้างต้น เน้นย้ำให้เห็นความสำคัญของการป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด ทั้งเรื่องใส่หน้ากาก ล้างมือ อยู่ห่างคนอื่น เจอคนน้อยๆ ลดละเลี่ยงกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแพร่เชื้อ
…สำหรับสถานการณ์ของไทยเรา เน้นย้ำว่าการระบาดยังรุนแรงต่อเนื่อง กระจายไปทั่ว และยังไม่สามารถตัดวงจรการระบาดได้ ไตรมาสสุดท้ายของปีจะเห็นการระบาดที่ทวีความรุนแรงขึ้นไปกว่าเดิม หากไม่ป้องกันให้ดี ใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า สำคัญมาก เลี่ยงการกินดื่มในร้านอาหาร ศูนย์อาหาร โรงอาหาร ซื้อกลับจะปลอดภัยกว่า ด้วยรักและห่วงใย” อ่านบทความฉบับเต็มในลิงค์