กรมวิทย์เผยประเทศไทยยังเป็นสายพันธุ์เดลตา 97.5% ส่วนเบตาพบเฉพาะภาคใต้ 0.3% เตรียมเก็บตัวอย่างตรวจเพิ่มขึ้นใน 4 จังหวัดชายแดนใต้ ว่าสัดส่วนของสายพันธุ์เปลี่ยนแปลงหรือไม่ ย้ำยังไม่เจอสายพันธุ์อื่นในประเทศไทย และทุกสายพันธุ์ยังไวต่อวัคซีน

เมื่อวันที่ 11 ต.ค. นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงข่าวสายพันธุ์เชื้อไวรัสโควิด 19 ว่า เราติดตามการเปลี่ยนแปลงของสายพันธุ์โควิด โดยมีการสุ่มตรวจสายพันธุ์ที่พบในประเทศไทยเป็นระยะ โดยข้อมูลการตรวจสายพันธุ์เมื่อวันที่ 2-8 ต.ค. 2564 จำนวน 599 ตัวอย่าง พบว่า ทั่วประเทศเป็นสายพันธุ์เดลตา 97.5% สายพันธุ์อัลฟา 2.2% และสายพันธุ์เบตา 0.3% ซึ่งเกิดขึ้นในโซนภาคใต้ เมื่อแยกพื้นที่เฉพาะ กทม. จำนวน 83 ตัวอย่าง พบว่าเป็นสายพันธุ์เดลตา 98.8% อัลฟา 1.2% และในภูมิภาค 516 ตัวอย่าง พบสายพันธุ์เดลตา 97.3% อัลฟา 2.3% และเบตา 0.4% สำหรับสายพันธุ์เดลตาเราพบในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ไม่มีจังหวัดไหนที่ไม่พบ ส่วนเบตาแม้จะดื้อต่อวัคซีนและภูมิได้มาก แต่อำนาจการแพร่เชื้อไม่เร็ว จึงพบไม่มาก สัปดาห์ที่ผ่านจึงพบที่ยะลาและนราธิวาส จังหวัดละ 1 รายเท่านั้น

นพ.ศุภกิจกล่าวว่า ขณะนี้มีการระบาดในชายแดนใต้ 4 จังหวัด ได้แก่ สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ซึ่งส่วนใหญ่ยังเป็นสายพันธุ์เดลตาเกือบ 70% แต่จำนวนการตรวจยังน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับสถานการณ์ที่มีค่อนข้างเยอะ บางจังหวัดเพิ่มผู้ป่วยใหม่วันละ 700-800 ราย จึงประสานให้จังหวัดร่วมกับศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ จ.สงขลา เก็บตัวอย่างพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้เพิ่มเติม จะได้จำนวนตัวอย่างมากขึ้น เพื่อดูสัดส่วนของสายพันธุ์เปลี่ยนแปลงหรือไม่ ยังเป็นเดลตาเป็นหลัก และมีอัลฟาและเบตาอย่างละน้อยใช่หรือไม่ และในแต่ละจังหวัดมีความแตกต่างกันหรือไม่ จะได้คาดการณ์สถานการณ์ได้ถูก หากเป็นเบตาเยอะขึ้นอาจมีปัญหาเรื่องภูมิต้านทานต่อวัคซีน

ดร.สุรัคเมธ มหาศิริมงคล ผู้อำนวยการสถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ กล่าวว่า สายพันธุ์น่ากังวลอื่นยังไม่เข้าไทย จากการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งตัว สายพันธุ์อย่างมิว ฯลฯ ยังไม่ตรวจพบในประเทศไทย และทุกสายพันธุ์ยังไวต่อวัคซีนอยู่ ขอให้เร่งฉีดวัคซีนป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิตจากโควิด 19

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน