พบนักท่องเที่ยวเข้าไทยหลังเปิดประเทศหมื่นกว่าราย เจอติดโควิดแค่ 10 แค่0.075% เผยอเมริกันมาเยอะสุด เร่งฉีดวัคซีนในประเทศต่อเนื่อง

วันที่ 5 พ.ย.2564 พญ.สุมนี วัชรสินธุ์ ผอ.สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรคเผยว่า มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยหลังเปิดประเทศได้ 4 วันเดินทางเข้ามาทั้งหมด 13,229 คน แบ่งเป็นเข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 9,210 คน ภูเก็ต 4005 คน สมุย 182 คน ตรวจพบผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น 10 ราย อัตราติดเชื้อคิดเป็น 0.075% จากทั้งหมด

โดย 10 ประเทศที่เดินทางเข้าไทยมากสุด คือ 1.สหรัฐอเมริกา 1,593 คน 2.เยอรมนี 1,592 คน 3.อังกฤษ 1,006 คน 4.ญี่ปุ่น 935 คน 5.สวิตเซอร์แลนด์ 624 คน 6.สวีเดน 511 คน 7.เกาหลีใต้ 499 คน 8.เนเธอร์แลนด์ 363 คน 9. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 350 คน และ 10.จีน 345 คน

จากการดำเนินการ 4 วันที่ผ่านมา ขอให้เจ้าหน้าที่และสายการบินต่างๆ ตรวจเอกสารหลักฐานนักท่องเที่ยว ผู้เดินทางเข้ามาอย่างครบถ้วน ตั้งแต่ก่อนเข้ามาถึงประเทศ เมื่อเดินทางมาถึงขอให้ขั้นตอนสำคัญคือการตรวจคัดกรองเชื้อด้วยวิธีการ RT-PCR ที่โรงแรม ต้องมีการจับคู่กับรพ. เพื่อตรวจและออกผลให้ได้ใน 6 ชั่วโมง ก่อนเข้าสู่แซนด์บ็อกซ์หรือระบบ Test&Go ต่อไป

ทั้งนี้ขอให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กำกับติดตามสถานประกอบการ โรงแรมอย่างเคร่งครัด เพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย และเปิดประเทศต่อไปได้ด้วย

สำหรับรายงานฉีดวัคซีนในประเทศนั้น ตอนนี้มีการฉีดเพิ่มขึ้น 824,650 โดส สะสมรวม 78,656,124 โดส เป็นเข็มที่ 1 ครอบคลุม 60.3% ของประชากร เข็มสอง 45.4% และเข็มสาม 3.5% แยกตามกลุ่มเป้าหมาย เป็นผู้สูงอายุฉีดเพิ่มขึ้นเป็น 65.1% โรคเรื้อรังและโรคประจำตัว 69.8% นักเรียน 12-17 ปี 57.3% ต้องเร่งรัดฉีดกลุ่มหญิงตั้งครรภ์เพิ่มขึ้น เพราะยังฉีดได้ 16.6%

ส่วนการรับวัคซีนในพื้นที่ท่องเที่ยวสีฟ้า 17 จังหวัด ค่าเฉลี่ยเข็มแรกคือ 80.9% จังหวัดส่วนใหญ่ฉีดเข็มแรกเกิน 50% มีการเร่งฉีดขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนองคายอยู่ที่ 48% ขอให้ฉีดเพิ่มขึ้น ส่วนกลุ่มอายุ 60 ปี ค่าเฉลี่ย 77.4% และโรคประจำตัว 64% ขอให้กลุ่มเสี่ยง 608 มารับวัคซีนให้เกิน 80% เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน