ศบค. ห่วงกิจการเสี่ยง ช่วงเปิดประเทศ เข้มดื่มในร้านตามเวลา ประเมินผลทุก 2 สัปดาห์ ย้ำมีแผนเผชิญเหตุหากมีการติดเชื้อเพิ่มขึ้น พิจารณา 3 หลักเกณฑ์
วันที่ 5 พ.ย.64 พญ.สุมนี วัชรสินธุ์ ผอ.สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค เป็นตัวแทน ศบค.แถลงสถานการณ์โรคโควิด 19 ประจำวัน กล่าวว่า ที่ประชุม สธ.และ ศปก.ศบค.มีการประชุมและเป็นห่วงกิจการที่มีความเสี่ยงช่วงผ่อนคลายประเทศ โดยประชุมร่วม กทม.และภาคส่วนต่างๆ เช่น สมาคมภัตตาคารไทยและสมาคมผู้ค้าปลีก
ประเด็นหลักมี 2 เรื่อง คือ 1. เร่งรัดร้านค้า สถานประกอบการ ร้านอาหาร ทำความเข้าใจ สร้างความร่วมมือดำเนินการภายใต้มาตรการสาธารณสุข มาตรฐาน SHA Plus หากยังไม่ได้มาตรฐานก็ลงไปตรวจเชิงรุกและฉีดวัคซีนให้พนักงานที่ยังไม่ฉีด เพื่อยกระดับสถานประกอบการต่างๆ โดยเฉพาะ กทมงเพื่อให้รองรับากรผ่อนคลายมาตรการอื่นๆ ที่ตามมา
และ 2. การอนุญาตดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร ขอให้เจ้าของกิจการและสถานประกอบการทั้งหมด ดำเนินภายใต้มาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ตามเวลาที่จำกัดไว้ ศปก.ศบค.จะมีการประเมินทุก 2 สัปดาห์ และขอความร่วมมือประชาชนและทุกฝ่าย ได้แก่ กทม. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงมหาดไทย และภาคเอกชน ขับเคลื่อนภายใต้มาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ก็จะดำเนินการผ่อนคลายระยะต่อๆ ไปได้สำเร็จ และประชาชนมีความปลอดภัย
เมื่อถามว่า มีการรองรับอย่างไรหากเกิดการระบาดขึ้นหลังรับนักท่องเที่ยว พญ.สุมนีกล่าวว่า เรามีแผนเปิดประเทศแล้ว เรามีการเตรียมพื้นที่ทำแผนเผชิญเหตุเมื่อมีสถานการณืแพร่ระบาดเชื้อในทุกพื้นที่ การทำแผนเผชิญเหตุทำภายใต้หลักการคำสั่ง ศบค.ฉบับที่ 11 (12) มีเกณฑ์พิจารณา 3 ข้อ คือ 1.ความพร้อมรองรับผู้ติดเชื้อนักท่องเที่ยว 2.ความพร้อมรับผู้ติดเชื้อในพื้นที่ และ 3.การจัดการทรัพยากรให้พร้อมในการควบคุมโรค
เมื่อพิจารณาแล้วจะปรับว่าจะมีการทำมาตรการอย่างไร เช่น ลดกิจกรรมนักท่องเที่ยว และไปจนถึงยุติรับนักท่องเที่ยวเลย จะเป็นมติที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อต่อจังหวัดนั้นๆ ดำเนินการ ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์