สธ.เผยโควิดไทยลดลงช้าๆ ลงเร็วคือ กทม. ส่วน 4 จังหวัดชายแดนใต้เริ่มชะลอตัว เร่งคุมโรคเพิ่ม ห่วงเปิดประเทศไม่ทำตามมาตรการ อาจกลับมาติดเชื้อถึง 3 หมื่นรายต่อวัน หากร่วมมือกันยังกดการระบาดได้ต่อเนื่อง
วันที่ 5 พ.ย.2564 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โรคโควิด-19 ว่า วันนี้ประเทศไทยรายงานหายป่วยโควิด 8,238 ราย มากกว่าติดเชื้อใหม่ที่พบ 8,148 ราย อาการรุนแรงปอดอักเสบลดเหลือ 2,118 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจลดเหลือ 461 ราย ส่วนเสียชีวิต 80 คน ยังขึ้นลงไม่สม่ำเสมอ แต่แนวโน้มการเสียชีวิตใน กทม.ลดลงชัดเจน วันละไม่เกิน 10 ราย ปริมณฑลก็ลดลง 4 จังหวัดชายแดนใต้ลดลงแต่ไม่ได้มาก แต่จะค่อยๆลดลง
” ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันประเทศภาพรวมลดลงอย่างช้าๆ แต่ที่ลดลงเร็วคือ กทม. ส่วน 4 จังหวัดชายแดนใต้เริ่มชะลอตัวและลดลงช้าๆ ตามแนวโน้มประเทศ โดยเฉพาะ ยะลา นราธิวาส ลดลงชัดเจนเชื่อไม่เกิน 3 สัปดาห์สถานการณ์น่าจะกลับเข้าใกล้จังหวัดอื่นๆ เหมือนเดิม จ.สงขลาลดลง แต่ยังไม่ชัดมาเหมือน 2 จังหวัดต้องจับตาดู 1-2 สัปดาห์ จึงขอความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเองสูงสุดและฉีดวัคซีน ส่วนปัตตานีเริ่มชะลอตัวลง แต่ยังไม่ลดลงชัดเจน ขอความร่วมมือจัดกิจกรรมต่างๆ ตรวจเชิงรุก ตรวจ ATK ใช้ COVID Free Setting ดำเนินการต่อไป ”
อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุอีกว่า ส่วนหลายจังหวัดที่จับตาดูติดเชื้อเพิ่มมาก เช่น นครศรีธรรมราช เชียงใหม่ ระยอง ตาก จันทบุรี และขอนแก่น อย่างนครศรีธรรมราชแนวโน้มเหมือนชะลอตัวไม่ค่อยชัดเจนเหมือนสงขลา เชียงใหม่ทรงตัวไม่ลดลงชัดเจน
แต่ลดชัดเจน คือ ระยอง จันทบุรี ส่วนตากกราฟคงที่ เพราะที่ผ่านมามีการเคลื่อนที่ของคนเพื่อนบ้านมาชายแดนมาก เป็นอีกสาเหตุทำให้การควบคุมโรคลำบาก สำหรับขอนแก่นเกิดคลัสเตอร์ในโรงงานและแรงงานหลายแห่งใน 6 จังหวัดนี้กำลังจับตาดูใกล้ชิด ส่งวัคซีนเพิ่มเติมช่วยคุมสถานการณ์ระบาดของโรคดังนั้นจังหวัดที่มีการระบาดเพิ่มขึ้น มีการดำเนินการมาตรการระดับจังหวัดเข้มข้น ฉีดวัควีนเพิ่มขึ้นเชื่อสถานการณ์การระบาดจะลดลงใน 3 สัปดาห์ข้างหน้า
“ ส่วนคลัสเตอร์ที่สนใจ พบว่า เรือนจำหลายแห่งติดเชื้อดูเพิ่มขึ้น สุรินทร์ 233 ราย นครราชสีมา 185 ราย ขอนแก่น 123 ราย , กทม. 15 ราย และเชียงใหม่ 10 ราย แต่เนื่องจากเป็นสถานที่ปิด ฉีดวัคซีนค่อนข้างครอบคลุม แม้มีผู้ติดเชื้อ แต่แนวโน้มเสียชีวิตและป่วยหนักจะลดลง , Test&Go พบชลบุรี 1 ราย ภูเก็ต 1 ราย , สถานศึกษา เชียงใหม่ 7 ราย , แคมป์คนงาน กทม. 8 ราย เชียงใหม่ 8 ราย , ค่ายทหาร ฐานทัพเรือ กทม. 2 ราย กองพันทหารสารวัตรทหารอากาศ 5 ราย , ตลาด เชียงใหม่มีหลายแห่งรวม 32 ราย เพชรบุรี 4 ราย และอุบลราชธานี 4 ราย และพิธีกรรมทางศาสนา เช่น งานศพและกฐิน ขอให้จัดปลอดภัย งดดื่มสุราซึ่งเป็นสาเหตุที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อ เว้นระยะห่างเคร่งครัด จะได้ไม่เป็นแหล่งการเกิดระบาดคลัสเตอร์ใหม่ๆ
นพ.โอภาส กล่าวว่า ตอนนี้เราได้รับความร่วมมือดี ทำให้คงสถานการณ์การระบาดให้อยู่ภายใต้ฉากทัศน์ที่วางไว้คือแนวโน้มลดลง เมื่อมีการทำมาตรการต่างๆ เต็มที่ ลดการติดเชื้อได้ 25% ฉีดวัคซีนและมีมาตรการป้องกันตัวเองสูงสุด มาตรการคัดกรอง ATK และ Covid Free Setting ส่วนตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. มีการทำแบบจำลองใหม่ หากมาตรการต่างๆ ผ่อนคลาย ทำกิจกรรมโดยไม่มีการเฝ้าระวังควบคุมกำกับใกล้ชิด ความร่วมมือประชาชนลดน้อยลง การระบาดอาจเพิ่มขึ้น บางวันอาจถึง 3-4 หมื่นคน
” มีตัวอย่าง เช่น อังกฤษ เปิดกิจการกิจกรรมเยอะ ตัวเลขบางวันขึ้น 3 หมื่นราย ถ้ามาตรการไม่เข้ม ความร่วมมือร้านค้า โรงงาน ตลาด ประชาชนมีไม่มากหรือลดน้อยลงจนน่าตกใจทำให้เกิดการติดเชื้อเพิ่มขึ้นได้ แต่หากร่วมมือดี มาตรการต่างๆ ประสบความสำเร็จ การฉีดวัคซีนครบ ใช้มาตรการ COVID Free Setting ตรวจ ATK แนวโน้มการระบาดก็จะลดลง แต่เราจะคำนึงระบบเศรษบกิจ ระบบสังคม ประชาชนไปใช้ชีวิตปกติ โดยจะรักษาสมดุล 2-3 มาตรการ และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ส่วนผู้เสียชีวิตก็มีการทำแบบจำลองคล้ายกัน หากเข้มมาตรการก็จะลดลงเช่นกัน
ภาพรวมสถานการณ์ติดเชื้อมีแนวโน้มลดลงอย่างช้าๆ บางจังหวัดยังสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 4 จังหวัดชายแดนใต้ เชียงใหม่ ขอนแก่น นครศรีธรรมราช และบางจังหวัดที่จับตาดู เราพยายามโฟกัสรายจังหวัดในรายละเอียด เพื่อชี้ข้อมูลให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนำข้อมูลและบูรณาการจัดการในพื้นที่ จะลดการระบาดภาพรวมในประเทศได้ ” นพ.โอภาส ระบุ


