พ่อเมืองสองแควมั่นใจเอาอยู่โควิด-19 ระบาดในเรือนจำ หลังตรวจด้วยชุดตรวจเอทีเคแล้วเจอนับพันราย ชี้เป็นสถานที่ปิดมีมาตรการป้องกันเข้มอยู่แล้ว แยกกลุ่มสีแดงส่งรักษารพ.
จากกรณีเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก ร่วม กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก และ รพ.วังทอง เข้าไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยชุดตรวจเอทีเค จำนวน 2,190 ราย ปรากฏว่า มีผลเป็นบวกถึง 1,760 ราย เบื้องต้นจัดหายาฟาวิพิราเวียร์ และระดมตรวจผู้ต้องขังทั้งหมด เพื่อแยกกลุ่มสีแดงออกมาส่งรักษาป้องกันการเสียชีวิตและทรุดลงในเรือนจำ
ล่าสุดเรื่องนี้ วันที่ 13 ธ.ค.2564 นายรณชัย จิตรวิเศษ ผวจ.พิษณุโลก เปิดเผยสถานการณ์โควิดระบาดในเรือนจำพิษณุโลก ว่ามั่นใจว่าจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดที่พบในเรือนจำได้ เนื่องจากเป็นสถานที่ปิดและมีมาตรการบริหารจัดการในสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่แล้ว เชื่อมั่นว่าการแพร่กระจายของเชื้อโควิดครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากความหย่อนยานมาตรการ เนื่องจากผู้ต้องขังรายใหม่ที่จะเข้าไปภายในเรือนจำจะต้องมีการคัดกรอง และกักตัวตามมาตรการที่เข้มข้นอยู่แล้ว

การสืบสวนโรคสันนิษฐานว่าอาจจะแพร่ระบาด จาก 1.ทันตแพทย์มาจากภายนอกเรือนจำเข้ามาทำการรักษา 2.เกิดจากเจ้าหน้าที่ ผู้คุมซึ่งได้ทำการตรวจเอทีเค ก่อนเข้าเรือนจำทุกราย และได้ปฏิบัติตามมาตรการการ ป้องกันการแพร่ระบาดของกรมราชทัณฑ์ แต่ไม่เจอเชื้ออาจจะแฝงอยู่ก็ได้ และ 3.การขนส่งอาหารภายในเรือนจำ แต่ได้มีการฉีดพ่นแอลกอฮอล์ก่อนเข้าเรือนจำทุกครั้ง

จากการสอบสวนโรคพบว่า ระหว่างวันที่ 10-11 ธ.ค. มีผู้ต้องขัง แดน 4 ป่วยด้วยอาการ ไข้ หนาวสั่น มีน้ำมูก เจ็บคอ เข้ารับบริการในสถานพยาบาลเรือนจำเป็นจำนวนมาก จึงสุ่มตรวจ เอทีเค ผู้ต้องขัง 505 คน ผลเป็นบวก 259 คน ผลเป็นลบ 246 คน ต่อมาวันที่ 12 ธ.ค.หน่วยงานด้านสาธารณสุขเข้าสอบสวนโรค และปูพรมตรวจเอทีเค ผู้ต้องขัง แดน 4 ทุกราย

โดยประสานขอรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทานมาช่วยตรวจคัดกรอง 1,954 ราย ผลเป็นบวก 1,501 ราย ผลเป็นลบ 453 ราย ผู้ต้องขังที่มีผลตรวจเป็นบวกได้รับยาทันทีครบทุกราย และผู้ป่วยมีผลตรวจเป็นลบได้คัดแยกเพื่อเฝ้าดูสังเกตอาการ ล่าสุดในวันนี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ร่วมกับรพ.วังทอง เข้าตรวจผู้ต้องขังที่มีผลตรวจเป็นลบอีกครั้ง เพื่อยืนยันการไม่ติดเชื้อแต่อย่างใด