ศบค.เผย ยอดโควิด ใช้ระบบนับใหม่ ดูเข้ารักษาในโรงพยาบาล ปรับลดการแถลง เป็นเดือนละ 2 ครั้ง พฤหัสเว้นพฤหัส ย้ำใครเสี่ยง ควรไปฉีดเข็มกระตุ้น
วันที่ 2 มิ.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด 19 ประจำวัน โดยพญ.สุมนี วัชรสินธุ์ ผอ.สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค ในฐานะผู้ช่วยโฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำสัปดาห์ ว่า สถานการณ์โควิดของไทยวันนี้ มีการปรับรายงานเป็นตัวเลขผู้ติดเชื้อที่มีอาการและไปรับการรักษาในสถานพยาบาล คือ ผู้ป่วยจากเดิมที่เป็นผู้ติดเชื้ออาจมีอาการหรือไม่ก็ได้ ตอนนี้จะเน้นผู้ป่วยติดเชื้อและมีอาการไปรับบริการที่สถานพยาบาล
โดยตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่วันนี้อยู่ 2,560 ราย แนวโน้มการป่วยหนักลดลงอย่างชัดเจน ทั้งปอดอักเสบและใส่ท่อช่วยหายใจ ส่วนผู้เสียชีวิตวันนี้ 34 ราย แนวโน้มก็ยังลดลง แต่ 100% ผู้เสียชีวิตยังเป็นกลุ่มเสี่ยง โดยเป็นผู้มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป 82% และมีโรคเรื้อรัง 18% โดย 53% ไม่ได้รับวัคซีนเลย แม้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่กลุ่มเป้าหมายหลักที่มีความเสี่ยง ต้องไปรับวัคซีนเข็มกระตุ้น คือ สูงอายุและเด็กเล็ก

ทั้งนี้สถานการณ์โควิดในไทยมีแนวโน้มดีขึ้น จำนวนผู้ป่วย อาการหนัก และเสียชีวิตลดลง แต่ขณะนี้มีมาตรการผ่อนคลายกิจการกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น ต่อไปอาจพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นได้บ้าง ขอความร่วมมือประชาชนคงมาตรการป้องกันตนเองครอบจักรวาล ไปฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น เป็น 2 มาตรการหลักประชาชนในการดูแลป้องกันตนเอง โดยการแถลงข่าวจะลดวันแถลงตามสถานการณ์ คือ เหลือเดือนละ 2 ครั้ง เป็นพฤหัสบดีเว้นพฤหัสบดี หากตรงกับวันประชุม ศบค.ใหญ่ก็จะเลื่อนไปเป็นวันประชุมใหญ่แทน
สำหรับมติ ศบค.ที่ผ่อนคลายเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ได้ยกเลิกการเข้าประเทศในระบบ Test&Go ซึ่งหากเป็นคนไทยเข้าประเทศได้เพียงเตรียมเอกสารรับรองฉีดวัคซีน ส่วนต่างชาติ มี 2 รูปแบบ คือ VIP เตรียมเอกสารวัคซีน ประกันชีวิต 1 หมื่นเหรียญ ร่วมพาสปอร์ต หากไม่ฉีดวัคซีนเข้ามาได้ แบบที่ 2 คือ TIP คือ มีผลตรวจ RT-PCR เป็นลบ 72 ชั่วโมงก่อนเข้าไทย หากไม่ตรวจเข้ามาถึงต้องตรวจ ATK โดยเจ้าหน้าที่ ร่วมกับทำประกันชีวิตและพาสปอร์ตเช่นกัน
สำหรับผู้เดินทางเข้ามาวันที่ 1 มิ.ย. หลังยกเลิก Test&Go และลงทะเบียนผ่าน Thailand Pass เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.เข้ามาทางอากาศ 19,767 คน โดยฉีดวัคซีนครบ 19,713 คน ไม่ได้ฉีดวัคซีน ใช้ผลตรวจ 54 คน ส่วนเข้ามาทางบก 34 ด่าน ผลการตรวจเมื่อเข้ามาถึงประเทศไทยมีรายงาน 2 คน ส่วนใหญ่เข้ามาหลังยกเลิก Test&Go พบผู้ติดเชื้อน้อยมาก

ด้านการเปิดสถานบันเทิง ผับบาร์ คาราโอเกะ ในพื้นที่สีเขียว 14 จังหวัด และสีฟ้า 17 จังหวัด ซึ่งขายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถึงเที่ยงคืน กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ร่วมกับ กทม. ตำรวจ สุ่มตรวจเยี่ยมสถานบันเทิงว่าเป็นไปตามมาตรฐาน และมาตรการสาธารณสุขหรือไม่ ซึ่งการเปิดกิจการต้องผ่านการประเมิน Thai Stop COVID 2+ พนักงานรับวัคซีนเข็มกระตุ้น
ส่วนใหญ่เป็นสถานที่ปิดและมีการใช้เวลาร่วมกันของกลุ่มคนเป็นเวลานาน ต้องตรวจ ATK สัปดาห์ละครั้ง ซึ่งกรมอนามัยรายงานว่ามีจำนวนสถานบันเทิงทั่วประเทศรับการประเมินวันที่ 23-30 พ.ค. ทั่วประเทศ 3,761 แห่ง มี 3,522 แห่ง หรือ 94% ผ่านการประเมิน Thai Stop COVID2+ แล้ว
ขณะที่พื้นที่สีเขียวและสีฟ้าที่เปิดได้นั้น มีร้านสถานบันเทิงประเมิน 3,412 แห่ง ผ่านประเมิน 3,196 แห่ง คิดเป็น 94% ฝากผู้ที่ไปเป็นลูกค้า ก่อนเข้าร้านให้มองหาป้ายใบรับรองการผ่านการตรวจ เพื่อความปลอดภัยของตัวเองเมื่อไปเที่ยว หากเราไปแล้วยังไม่ได้ฉีดวัคซีนหรือยังไม่ได้เข็มกระตุ้น ควรไปรับก่อน เพื่อความปลอดภัยในการใช้บริการ