เลขาฯสมช.ย้ำสถานบันเทิง-ร้านอาหาร เปิด-ปิดตามเวลาที่กฎหมายกำหนด ยันผ่อนปรน ถอดแมสก์ อิงตามสถานการณ์ ระบุ เชื้อกลายพันธุ์-ฝีดาษลิง รอฟังสธ.อัพเดต

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผอ.ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนกรณีศบค.ผ่อนคลายมาตรการขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงว่า ที่ประชุมศบค.เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีมติให้สถานบริการทั้งหมดเปิดได้ตามกฎหมายปกติ จึงต้องไปดูพ.ร.บ.สถานบริการพ.ศ. 2509, กฎกระทรวง, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี, กฎหมาย คสช. ซึ่งทั้งหมดมีกำกับไว้อยู่แล้ว ทั้งเวลาการเปิด-ปิด ในพื้นที่ที่เป็นโซนนิ่งและไม่ใช่โซนนิ่ง เวลาห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า ส่วนที่ผู้ประกอบการได้ร้องขอให้ยกเลิกกฎหมายบางส่วนนั้น ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้พิจารณา สิ่งที่ศบค.รับผิดชอบจะเป็นไปตามข้อกำหนดที่จะออกมาภายใน 1-2 วันนี้ ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ให้สถานบริการดำเนินการตามกฎหมายปกติ ที่มีอยู่ก่อนจะมีสถานการณ์โควิด-19 ระบาด

ผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจนว่าสามารถเปิดสถานบันเทิงได้ถึงเวลาเท่าไหร่ พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า ให้ยึดตามกฎหมายปกติ และขึ้นอยู่กับประเภทของสถานบริการ ร้านอาหาร มีทั้งให้เปิดได้ถึงเวลา 24.00 น., 01.00 น. และ 02.00 น. ไม่เกินจากนี้ โดยขึ้นอยู่กับรูปแบบการจดทะเบียนสถานบริการ ร้านอาหาร

ส่วนการให้ประชาชนถอดหน้ากากอนามัยในที่โล่งแจ้งได้นั้น พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า ศบค.จะออกข้อกำหนด มีทั้งการประกาศให้ทั่วประเทศเป็นพื้นที่สีเขียว กิจการกิจกรรมต่างๆ ดำเนินได้ตามปกติ แต่มีข้อกังวลบางส่วนจากกระทรวงสาธารณสุข ที่ออกมาเป็นข้อกำหนดบังคับ คือ กิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนเกิน 2,000 คน จะต้องได้รับอนุญาตก่อน

ขณะที่การผ่อนคลายถอดหน้ากากอนามัย ได้ยกเลิกกฎหมายที่บังคับว่าต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลา และกระทรวงสาธารณสุข จะมีมาตรการแนะนำให้สวมแมสก์ในกิจกรรมใดบ้าง แต่ส่วนตัวคิดว่าการสวมหน้ากากอนามัยยังจำเป็น ส่วนจะกลับมาบังคับให้สวมหน้ากากอนามัยอีกครั้งนั้น ต้องประเมินวิกฤตที่จะเกิดขึ้น ซึ่งเท่าที่ดูในสถานการณ์ คิดว่าไม่น่าจะเกิดวิกฤตอีก ประชาชนจะต้องปรับตัวใช้ชีวิตร่วมกับโควิด-19 และสุดท้ายโรดแม็ปที่จะประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นก็มีความเป็นไปได้

ส่วนที่พบผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงที่สิงคโปร์แล้ว ไทยจะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษหรือไม่ พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า ขอให้ฟังข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ที่จะแจ้งให้ประชาชนทราบว่าควรระมัดระวังอย่างไร ไม่ว่าเชื้อประเภทไหน สิ่งที่แพทย์ให้ความสำคัญคืออันตรายที่มีต่อร่างกาย ดังนั้น สิ่งแรกที่ช่วยได้คือการสวมหน้ากากอนามัย ป้องกันตัวเองไว้ก่อน

ส่วนข้อกังวลเรื่องเชื้อโรคใหม่และเชื้อกลายพันธุ์เข้ามา ขณะที่อนุญาตให้ถอดแมกส์ ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ว่าจะต้องรอให้วัวหายแล้วค่อยล้อมคอกนั้น พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า ไม่ แม้จะมองว่าน่ากังวล แต่มาตรการที่ออกมาคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน