บอร์ด สปสช.ปรับเกณฑ์ จ่ายโควิด เริ่ม 4 ก.ค. ยันรักษาตามสิทธิ ไม่ใช่ลอยแพผู้ป่วยบัตรทองใช้นโยบาย “เจอ แจก จบ” ขอ ATK ร้านยาได้ ส่วนสิทธิอื่นยังรอหารือ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2565 นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แถลงข่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธาน ว่า บอร์ด สปสช.ได้พิจารณาและเห็นชอบข้อเสนอการปรับหลักเกณฑ์ แนวทางการจ่ายชดเชยบริการโควิด-19 กรณีปรับโรคโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น ครอบคลุมเฉพาะหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพ

ทั้งนี้ ประกาศหลักเกณฑ์ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 4 ก.ค. 2565 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นไปตามมติ ครม.วันที่ 21 มิ.ย. 2565 ที่มอบหมายให้ สธ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมพร้อมรองรับการเดินหน้าไปสู่โรคประจำถิ่น โดยประชาชนยังได้รับการดูแลรักษาตามสิทธิสุขภาพที่มี

นพ.จเด็จ กล่าวต่อว่า สำหรับการปรับหลักเกณฑ์ แนวทางการจ่ายชดเชยบริการโควิด-19 กรณีปรับเป็นโรคประจำถิ่น คือ 1.การจ่ายชดเชยค่าบริการสำหรับคนไทยทุกสิทธิ ได้แก่ ค่าบริการฉีดวัคซีนโควิด ค่าบริหารจัดการศพ ค่าความเสียหายจากการฉีดวัคซีนจะถูกยกเลิก แล้วปรับใช้สิทธิจากแต่ละกองทุนสุขภาพตามระบบปกติ ซึ่งสิทธิบัตรทองหากเกิดความเสียหายหลังฉีดวัคซีน จะใช้มาตรา 41 ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 จ่ายชดเชยเบื้องต้น

2.ค่าบริการดูแลรักษากรณีผู้ป่วยนอก (OPSI) หรือเจอ แจก จบ ที่จ่ายให้หน่วยบริการจะยกเลิก เปลี่ยนเป็นจ่ายชดเชยผู้ป่วยนอกตามระบบปกติที่หน่วยบริการประจำ ซึ่งจะรวมอยู่ในงบเหมาจ่ายรายหัว แต่หากรับบริการนอกหน่วยบริการประจำ ยังมีรายการให้เบิกจ่ายเป็นกรณี ATK professional จ่ายตามจริงไม่เกิน 150 บาท และ RT-PCR จ่ายตามจริงไม่เกิน 900 บาท

กรณีผู้ป่วยในจากเดิมที่จ่าย On Top จากระบบ DRG ได้แก่ ค่าห้องตามระดับความรุนแรงของโรค ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับกระบวนการ/อุปกรณ์เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ และค่ายารักษาโควิด เปลี่ยนเป็นจ่ายตามระบบ DRG จากกองทุนผู้ป่วยในระดับเขต ยกเลิกการจ่าย On Top ค่าห้องและค่าอุปกรณ์ป้องกัน ส่วนยารักษาโควิดยังเบิกจาก สธ.ได้ต่อไป

3.ค่ายานพาหนะส่งต่อตามระยะทาง จากเดิมที่รวมค่าทำความสะอาดอุปกรณ์ PPE จ่ายตามจริงไม่เกิน 500 บาท เปลี่ยนเป็นจ่ายเฉพาะค่าส่งต่อตามระยะทางกรมทางหลวงตามเดิม ยกเลิกการจ่ายค่า PPE และค่าทำความสะอาดฆ่าเชื้อพาหนะ

4.ค่าบริการฟอกเลือดผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง จากเดิมครั้งละ 1,500 บาท ค่าชุด PPE จ่ายตามจริงไม่เกิน 1,000 บาทต่อครั้ง และค่ายานพาหนะส่งต่อรวมค่าทำความสะอาดจ่ายตามจริงไม่เกิน 500 บาท เปลี่ยนเป็นจ่ายเฉพาะค่าฟอกเลือดครั้งละ 1,500 บาท ยกเลิกการจ่ายค่า PPE และค่ารถส่งต่อกรณีผู้ป่วยนอก

5.ค่าบริการกรณีเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีนโควิด เปลี่ยนเป็นค่าบริการผู้ป่วยนอกและค่าบริการผู้ป่วยในตามระบบปกติ ยา IVIG จ่ายตามระบบ VMI

นพ.จเด็จ กล่าวอีกว่า บริการเจอ แจก จบ และแจก ATK ที่ร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการยังมีบริการ แต่ปรับเป็นเฉพาะสิทธิบัตรทองเท่านั้น ส่วนสิทธิอื่นๆ เช่น ประกันสังคม ข้าราชการ อยู่ระหว่างการหารือของหน่วยงานที่รับผิดชอบว่าหลังปรับเป็นโรคประจำถิ่นแล้ว จะให้มารับ ATK หรือยาที่ร้านยาได้หรือไม่

“การปรับหลักเกณฑ์การจ่าย ไม่ใช่การลอยแพ ผู้ป่วยโควิดยังได้รับการรักษาไม่เสียค่าใช้จ่ายเหมือนเดิมตามสิทธิของตนต่อไป อย่างสิทธิบัตรทอง เมื่อสงสัยหรือติดเชื้อโควิด เข้ารักษาที่แผนกผู้ป่วยนอกหรือโทร.ประสานร้านยาเพื่อรับยาตามโครงการเจอแจกจบที่ร้านยาได้ ร้านยาจะส่งยาให้ไม่ต้องไปที่ร้านยา ไม่ต้องโทร.แจ้งสายด่วน สปสช. 1330 แต่หากมีข้อสงสัยว่าจะต้องทำอย่างไร โทร.มาสอบถามขั้นตอนได้ หรือหากอาการแย่ลง ต้องการหาเตียงก็โทรมาได้เช่นกัน” เลขาธิการ สปสช. กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน