ปลัด สธ.เผยได้รับค่าเสี่ยงภัยโควิดทุกคนที่เข้าเกณฑ์ ยันราชการไม่เคยเบี้ยวใคร ส่วนที่ขาด 3 เดือน กำชับพื้นที่รวบรวมข้อมูลของบเพิ่ม
วันที่ 9 ธ.ค. 65 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสหภาพลูกจ้างของรัฐแห่งประเทศไทย (สลท.) เรียกร้องกรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมเงินค่าตอบแทนเสี่ยงภัยโควิด 19 โดยเฉพาะลูกจ้างสายสนับสนุน ว่า เรื่องนี้ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน รองปลัด สธ. เป็นผู้ดูแล ซึ่งรายงานข้อมูลว่า หลักการค่าตอบแทนเสี่ยงภัยโควิดคนที่เข้าเกณฑ์ทุกคนต้องได้รับ และรัฐบาลจัดสรรให้ตลอด ไม่มีเงินก็ไปกู้เงินมาจ่าย ซึ่งข่าวที่บอกว่า ใช้เงินกู้หมดแล้วก็แน่นอน เพราะกู้มาและใช้จนหมดแล้ว
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้รัฐบาลเริ่มมีรายได้ก็จะไม่ต้องกู้อีก เพราะการกู้ต้องเสียดอกเบี้ย ส่วนงบกลางได้รับมาจนถึง มิ.ย. ยังขาดของ ก.ค. ส.ค. และ ก.ย. ซึ่ง สธ.กำลังรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในและนอกกระทรวงว่า อีก 3 เดือนต้องใช้เงินเท่าไร ปัญหาคือหน่วยงานต่างๆ ยังรวบรวมข้อมูลไม่ครบถ้วน ทำให้ไม่มีตัวเลขไปขอเงินรัฐบาล
“ที่ผ่านมาอนุมัติจนถึง มิ.ย. แต่งบเงินกู้ไม่พอ รัฐบาลจึงต้องใช้งบกลางมาโปะ หากงบประมาณมาแหล่งเดียวก็จะง่าย ไม่ต้องใช้ระบบจัดสรรเยอะ แต่ช่วงที่ผ่านมาโควิด 2 ปีรายได้รัฐบาลก็ลดลง การท่องเที่ยวก็ไม่ดี ซึ่งรัฐบาลก็พยายามหาแหล่งเงินมาใช้ โดยเงินกู้มีดอกเบี้ย ก็ต้องใช้ให้หมด การที่งบเงินกู้เป็นศูนย์ก็ถูกต้อง” ปลัด สธ.กล่าว
นพ.โอภาส กล่าวว่า งบจนถึง มิ.ย. คนส่วนใหญ่ได้รับครบแล้ว 80-90% เหลืออีกกว่า 10% ที่มีปัญหา คือ เงินกู้ มีสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติดูแล และงบกลางมีสำนักงบประมาณดูแล ซึ่ง สธ.ไม่ได้อยากแบ่งแยก แต่กติกามาแบบนี้ก็ต้องทำ และเงินกู้เสียดอกเบี้ย จึงต้องมีหลักฐานเอกสารค่อนข้างละเอียด ก็จะมีข้อมูลต่างๆ เยอะ ซึ่งหากเอกสารไม่ครบก็จ่ายเงินไม่ได้ ต้องเอกสารครบก่อน ไม่เช่นนั้นหากหลักฐานไม่ครบก็จะถูกเรียกเงินคืนได้ จึงต้องย้ำว่า ขอให้ทวนข้อมูลให้ครบถ้วน
ทั้งนี้ มีบางหน่วยเช่นกันขอเงินกู้ 90 ล้านบาท แต่เมื่อพิจารณาเอกสารกลับไม่ครบถ้วนทำให้เงินกู้เหลือ 45 ล้านบาท ที่เหลือก็จะเอามาจ่ายแทนงบกลางไม่ได้ เพราะเงินคนละแบบ อย่างงบกลางเดิมขอมา 15 ล้านบาท แต่มาดูเอกสารอีกครั้งกลับเพิ่มเป็น 80 ล้านบาท เงินไม่พอก็ต้องขอเพิ่มเติม
“ยืนยันว่าระบบราชการไม่เคยเบี้ยวใคร เพียงแต่มีขั้นตอนดำเนินการ ขณะนี้ได้สั่งการนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) สำรวจในพื้นที่ว่า มีใครยังไม่ได้งบกลางบ้าง จะได้ไปทวนข้อมูลและของบประมาณเพิ่มเติม ตอนนี้เร่งรัดให้ นพ.สสจ.ตรวจสอบคนในสังกัดแล้วว่า มีปัญหาอะไร จะได้แก้ไขต่อไป” นพ.โอภาส กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องสื่อสารในพื้นที่ให้เข้าใจเรื่องเงินเสี่ยงภัยโควิดอีกหรือไม่ นพ.โอภาส กล่าวว่า ตนมอบหมายให้ นพ.ทวีศิลป์ สื่อสารเรื่องนี้หลายๆ รอบ ซึ่งเคยสื่อสารจากส่วนกลางลงไปแล้ว 3 รอบ ก็คงต้องสื่อสารรอบที่ 4 หลายๆ รอบลงไปให้เข้าใจมากขึ้น ส่วน นพ.สสจ. ได้ย้ำแล้วว่า ก็ต้องสื่อสารในพื้นที่ด้วย แต่ก็เข้าใจว่า ท่านลูกน้องเยอะแต่ก็ต้องสื่อสารกัน
เมื่อถามว่ามีบุคลากรใน รพ.บางส่วนบอกว่าถูกให้เซ็นรับเงินเสี่ยงภัยโควิดก่อนได้รับเงินจริง นพ.โอภาส กล่าวว่า ตรงนี้ต้องไปดูรายละเอียดว่า มีข้อมูลอย่างไร แต่จริงๆ แล้วจะมีระบบตรวจสอบ มีหลักฐาน ระบบการเงินตรวจสอบอยู่แล้ว ขอยืนยันอีกครั้งว่า งบประมาณภาครัฐไม่เคยเบี้ยวใคร มีแต่จ่ายช้าจ่ายเร็ว ขึ้นกับกระบวนการหลักฐาน ตอนนี้งบเงินกู้หมดแล้ว โอนจ่ายไปแล้วกว่า 80% แล้ว ซึ่งมีหลายหมวด ส่วนเงินจากงบกลางนั้นอนุมัติมาถึง มิ.ย. ยังขาด ก.ค. ส.ค.และก.ย. 2565 ซึ่งรอทางพื้นที่ส่งข้อมูลเข้ามาว่าต้องการอีกเท่าไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข รายงานข้อมูลระบบ GFMIS เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2565 เงินค่าตอบแทนเสี่ยงภัยโควิดจากแหล่งงบประมาณ 2 ส่วน คือ 1.งบเงินกู้ สำหรับค่าตอบแทนเสี่ยงภัยโควิดในกลุ่มบุคลากรวิชาชีพ จำนวนรวม 10,024,121,605.03 บาท เบิกจ่ายแล้ว 8,596,739,717.82 บาท คิดเป็น 85.76% คงเหลือ 1,427,381,887.21 บาท และ2.งบกลางค่าตอบแทนเสี่ยงภัยโควิดในกลุ่มสนับสนุนการปฏิบัติงาน จำนวนรวม 871,203,436 บาท เบิกจ่ายแล้ว 845,500,942.76 บาท คิดเป็น 97.04% คงเหลือ 25,702,493.24 บาท