แม่ฮ่องสอน เจ้าหน้าที่ปกครอง ปฏิบัติหน้าที่เฝ้าตรวจ ศูนย์พักพิงปลอดภัยสู้รบ ติดเชื้อโควิด สาธารณสุขจังหวัด สั่งเร่งตรวจ ATK ผู้ลี้ภัยทั้งหมด
พบมีผู้ติดโควิด หลังไปเข้าเวรยามที่ ศูนย์พักพิงปลอดภัยจากการสู้รบ ที่ บ้านพะแข่ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจหาเชื้อในผู้ลี้ภัยเร่งด่วน ขณะที่สถานการณ์การสู้รบในรัฐคะยา ประเทศเมียนมา ยังคงมีการปฏิบัติการทางอากาศต่อชนกลุ่มน้อยฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง
4 ก.ค. 66 – ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ด้านเมียนมา จังหวัดแม่ฮ่องสอน รายงานยอดผู้ลี้ภัย ชาวเมียนมา เชื้อสายกะเหรี่ยงคะยา ว่ายังคงมียอดผู้ลี้ภัยทั้งหมดจำนวน 4,879 คน จำนวน 4 พื้นที่ ดังนี้

1. พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว บ้านเสาหิน หมู่ที่ 1 ตำบลเสาหิน อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ยอดเดิม 3,270 คน ไม่มียอดเดินทางเข้าเพิ่มเติม คงยอดปัจจุบัน 3,270 คน
2. พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว บ้านพะแข่ หมู่ที่ 3 ตำบลแม่กี๊ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ยอดเดิม 799 คน ไม่มียอดเดินทางเข้าเพิ่มเติม คงยอดปัจจุบัน 799 คน
3. พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว บ้านอุนู หมู่ที่ 4 ตำบลแม่คง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ยอดเดิม 316 คน ไม่มียอดเดินทางเข้าเพิ่มเติม คงยอดปัจจุบัน 316 คน
4. พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว บ้านจอปร่าคี หมู่ที่ 9 ตำบลแม่คง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ยอดเดิม 492 คน ไม่มียอดเดินทางเข้าเพิ่มเติม คงยอดปัจจุบัน 492 คน

สำหรับสถานการณ์ชายแดน เมื่อ 3 ก.ค. 66 พบว่ามีอากาศยาน ของกองทัพอากาศเมียนมา ปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่รัฐคะยา ด้านตรงข้ามพื้นที่ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งกองทัพอากาศประเทศไทย เฝ้าตรวจทางอากาศ ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมขึ้นบินลาดตระเวนรบ หากอากาศยานมีแนวโน้มจะรุกล้ำน่านฟ้าไทย
ส่วนในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ได้มีการดำเนินการจัดประชุมผู้นำกลุ่มผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา (ผภสม.) ออกกฎระเบียบการปฏิบัติภายในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว เพื่อควบคุมผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา (ผภสม.)

สำหรับ พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว บ้านพะแข่ หมู่ 3 ต.แม่กิ๊ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขจังหวัด ได้เร่งทำการตรวจ ATK ผู้ลี้ภัยทั้งหมด หลังจากพบว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่เดินทางไปเข้าเวรยาม ภายใน ศูนย์ฯ ดังกล่าว ป่วยด้วยเชื้อโควิด นอกจากนั้นในพื้นที่ตัวอำเภอขุนยวม พบว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคโควิดด้วยเช่นกัน