สืบนครบาลทลาย! แก๊งคอลเซ็นเตอร์จีนเทา รวบเพิ่มอีก 2 สาวบุรีรัมย์ร่วมเครือข่าย “MR. ZHOU” ลวงเป็นตำรวจตุ๋นเหยื่อสูญกว่า 2 ล้าน

วันที่ 31 ต.ค.2568 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า พล.ต.ต. วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ฤทธี ปานดำ รอง ผบก.สส.ฯ รับรายงานจาก พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.สส.1 พ.ต.ท.พีรบูรณ์ แก้วดู รอง ผกก.สส.1 พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากรณ์ รอง ผกก.สส.1 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจาก กก.สืบสวน 1 บก.สส.บช.น. ร่วมกับตำรวจสืบสวน ภ.จว.บุรีรัมย์ ร่วมกันจับกุมตัว น.ส.หนุ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี และน.ส.สุดนภา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี โดยจับกุมได้ที่ หมู่ที่ 2 ต.หนองขมาร อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ และสภ.แคนดง

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 ส.ค.68 นักศึกษามหาวิทยาลัยวัย 22 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ เลขคดีอาญาที่ 452/2568 ของ สน.หนองจอก หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้กลอุบายหลอกลวงอย่างแนบเนียน จนสูญเสียเงินเก็บทั้งหมดกว่า 2.3 ล้านบาท

ผู้เสียหายให้การว่า ได้รับโทรศัพท์จากมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เสม็ด แจ้งว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน โดยได้ส่งเอกสารราชการปลอมหลายฉบับมาให้ทางแอปพลิเคชัน LINE ประกอบด้วย คำสั่งศาลจังหวัดชลบุรีที่มีชื่อของผู้เสียหาย และคำสั่งจาก ปปง. ที่มีลายเซ็นเลขาธิการที่สำคัญ เพื่อให้เชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง และได้ให้ผู้เสียหายโอนเงิน 250 บาท ไปยังบัญชีธนาคารชื่อ “สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจแห่งชาติ จำกัด” เพื่อเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ

ด้วยความตกใจ และหลงเชื่อในเอกสารดังกล่าว ผู้เสียหายจึงยอมโอนเงินทั้งหมดในบัญชีเพื่อ “ตรวจสอบความบริสุทธิ์” ตามที่คนร้ายบอก โดยได้โอนเงินรวม 6 ครั้ง เป็นยอดเงินทั้งสิ้น 2,301,000 บาท ไปยังบัญชีธนาคารต่างๆ ที่คนร้ายระบุ รวม 7 บัญชี หลังจากโอนเงินจนหมดบัญชีแล้ว กลุ่มมิจฉาชีพได้พยายามเรียกร้องให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มอีก ผู้เสียหายจึงคิดว่าน่าจะถูกหลอก เมื่อพยายามติดต่อกลับไปก็ไม่สามารถติดต่อได้ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.1 บก.สส.บช.น ได้ร่วมกับสน.หนองจอก และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ภ.จว.บุรีรัมย์ ดำเนินการสืบสวนขยายผลจนทราบว่า กลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวมีการจัดตั้งเป็นองค์กรอาชญากรรมเครือข่าย(คอลเซ็นเตอร์) โดยจากการสืบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานพบว่ามีผู้ร่วมกระทำความผิดจำนวน 16 ราย โดยมี MR. ZHOU CHONG สัญชาติจีน เป็นบุคคลที่เชื่อว่าเป็นหัวหน้าขบวนการ

ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถทำการจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วจำนวน 5 ราย และล่าสุดสามารถจับเพิ่มได้ 2 คนดังกล่าว เบื้องต้นแจ้งข้อหา ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ก่อนจะได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายส่งพนักงานสอบสวนสน.หนองจอก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะได้ดำเนินการติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนีต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน