ตำรวจสอบสวนกลาง ปคม. มูลนิธิปวีณา แถลงผลการจับกุม หลังรวบ แม่แท้ๆ ลวงลูกวัย 12 ทำงานนวดแฝงค้าบริการที่ญี่ปุ่น ตร.เอาผิดค้ามนุษย์
วันที่ 24 ธ.ค.2568 ที่บช.ก. พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. พ.ต.อ.ณรงค์ เทศวิบูลย์ รอง ผบก.ปคม. พ.ต.อ.ชวินโรจน์ ภีมรัชตธำรงค์ ผกก.4 บก. ปคม. และนาง ปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการ“รวบแม่ชาวไทยลวงลูกสาววัย 12 ปี ค้ากามที่ประเทศญี่ปุ่น”
พล.ต.ท.สุรพงษ์ กล่าวว่า ด้วย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ในฐานะผอ.ศตคม.ตร. ได้รับการประสานงานจากกระทรวงการต่างประเทศ ให้ช่วยเหลือเด็กหญิง ซึ่งถูกนางสาวลักษณา (สงวนามสกุล) ซึ่งเป็นมารดาแท้ๆได้พาเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) บุตรสาววัย 12 ปีเศษ ไปนวดแฝงบริการทางเพศที่ประเทศญี่ปุ่น จึงได้สั่งการและเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น
โดยร่วมกับ ผบ.ตร. และ ผบช.น. ตำรวจเมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในการเดินทางไปประสานความร่วมมือกับ ผบ.ตร. และ ผบช.ตม.ที่ไต้หวัน เกี่ยวกับคดีดังกล่าวเพื่อช่วยเหลือเหยื่อและดำเนินคดีกับผู้ต้องหา โดยได้สั่งการให้ บก.ปคม. สืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน จับกุมดำเนินคดีกับผู้ต้องหา
เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีนอกราชอาณาจักร และอัยการสูงสุดได้มอบหมายให้อัยการแผนกคดีค้ามนุษย์มาเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน ดำเนินการสอบสวนร่วมกับตำรวจ ซึ่งพบข้อมูลผู้ต้องหาเคยประกอบอาชีพนวดในไทยและต่างประเทศ
พ.ต.อ.ณรงค์ กล่าวว่า เมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2568 นางสาวลักษณา (ผู้ต้องหา) ได้พาเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) บุตรสาววัยเพียง 12 ปี ไปนวดแฝงที่ประเทศญี่ปุ่นในช่วงปิดเทอม แต่เมื่อเดินทางถึงกรุงโตเกียว ผู้ต้องหากลับนำบุตรสาวไปส่งที่ร้านนวดย่านเขตบุนเคียว (Bunkyo)
โดยมีการตกลงกับเจ้าของร้านเพื่อให้เด็กหญิงเอทำงานนวดแฝงการบริการทางเพศ ต่อมาในช่วงกลางเดือนกันยายน 2568 เด็กหญิงเอ อาศัยจังหวะเผลอหลบหนีออกจากร้านนวดและเข้าขอความช่วยเหลือจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโตเกียว
จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในญี่ปุ่น เด็กหญิงเอได้นวดแฝงบริการทางเพศแก่ลูกค้าชาวต่างชาติตลอด โดยคิดค่าบริการนวดปกติ 8,000 เยน/ชั่วโมง ถ้านวดแฝงบริการทางเพศ คิดค่าตัว 12,000 เยน/ชั่วโมง ซึ่งรายได้จากการขายบริการทางเพศในครั้งนี้ เจ้าของร้านนวดจะโอนเงินเข้า บัญชีธนาคารในประเทศญี่ปุ่น
จากนั้นผู้เกี่ยวข้องได้มีการแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยและโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของนางสาวลักษณาฯ ในประเทศไทย โดยเด็กหญิงเชื่อว่ามารดาซึ่งเป็นผู้ต้องหา จะมารับกลับจากร้านนวด และเด็กหญิงพยายามติดต่อมารดาแต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงได้ไปร้องขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองโตเกียว จนนำไปสู่การประสานงานระหว่างประเทศ และการจับกุมเจ้าของร้านนวดรวมถึงพนักงานในญี่ปุ่น ก่อนที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีไปอยู่ที่ไต้หวัน
และถูกทางการไต้หวันจับกุมตัวก่อนส่งให้ทางไทย โดยเจ้าพนักงานตำรวจ กก.4 บก.ปคม. ได้นำตัวจากบริเวณโถงผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ มายัง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมา
ในส่วนของประเทศไทย กองกำกับการ 4 บก.ปคม. ได้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด จนสามารถขออนุมัติหมายจับและติดตามจับกุม ผู้ต้องหาในฐานความผิด 1.เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไป เพื่อการอนาจารซึ่งหญิง แม้ผู้นั้นจะ ยินยอมก็ตาม อันเป็นการกระทำแก่เด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี และเป็นการกระทำแก่ผู้สืบสันดาน ตาม ป.อาญามาตรา 282, 285
2.ค้ามนุษย์ โดยเป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่าย พามาจากหรือส่งไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยวกักขัง จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งเด็ก อันเป็นการแสวงหาประโยชน์ทางเพศในรูปแบบอื่น และเป็นการกระทำแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปี ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 มาตรา 6, 52 วรรคสาม
ผลการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพในข้อเท็จจริงว่าได้พาลูกสาวทำงานที่ร้านนวดแฝง บริการทางเพศใน ประเทศญี่ปุ่นจริง
โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากผู้ต้องหาได้ถูกควบคุมตัวสอบสวนที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) แม่และพี่สาวได้เข้าเยี่ยมและพูดคุย ก่อนที่ นางเอ (สงวนนามสกุล) พี่สาวของผู้ต้องหา จะเปิดเผยว่า น้องสาว มีอาชีพเป็นหมอนวดและเดินทางออกนอกประเทศบ่อย
และช่วงเดือนมิถุนายน น้องสาวอ้างว่าจะพาลูกสาววัย 12 ปี ไปญี่ปุ่นเพื่อให้ช่วยดูแลลูกอีกคนในช่วงปิดเทอม เป็นระยะเวลาหนึ่งเดือน แต่เมื่อไปแล้วหลานกลับขาดการติดต่อ กระทั่งมาทราบข่าวว่า หลานถูกล่อลวงไปค้าประเวณี รู้สึกเสียใจมากที่น้องสาวทำแบบนี้กับหลาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

