ตร.ไทยจับมือโปลิสเกาหลีใต้ เปิดปฏิบัติการ Thailand-Korea Breaking Chains บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์เกาหลี ลวงนักศึกษาทำงานสแกมเมอร์ ก่อนทำร้ายจนเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2569 พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.สั่งการ พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท. พ.ต.อ.ภานุภัท กิตติพันธ์ ผกก.1 บก.ปอท. ร่วมกับ เจ้าหน้าที่แผนกกงสุลตำรวจสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย และเจ้าพนักงานตำรวจ กก.สืบสวน บก.ตม.ร่วมจับกุม นายฮัม หรือ MR.XIAN สัญชาติจีน ตามหมายจับตำรวจสากล และศาลเกาหลีใต้ ในความผิดฐาน “ ล่อลวงเพื่อส่งตัวไปต่างประเทศ,บังคับขู่เข็ญโดยมีลักษณะพิเศษ และ นายเฉิน หรือ MR.CHEN สัญชาติจีนในความผิดฐาน “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย”

สืบเนื่องจากทางการเกาหลีใต้มีได้ร่วมกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) และ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) พบเบาะแสว่า นายฮัม สัญชาติจีน ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับสากลขององค์การตำรวจสากล หลบหนีเข้ามาซ่อนตัวในประเทศไทย มีพฤติกรรมเป็นผู้มีส่วนร่วมในขบวนการหลอกลวงข้ามชาติ ใช้วิธีโฆษณาชักชวนเหยื่อมาทำงานในแก๊งสแกมเซ็นเตอร์

โดยเมื่อเหยื่อมาถึง จะถูกยึดหนังสือเดินทาง ข่มขู่ไม่ให้หลบหนี บังคับให้ทำงานและส่งมอบบัญชีธนาคารไปใช้เป็นบัญชีม้า พร้อมทั้งมีการใช้ความรุนแรง และยังมีความเกี่ยวข้องกับเหตุทำร้ายนักศึกษาชาวเกาหลีใต้ในประเทศเพื่อนบ้านจนเสียชีวิต

ภายหลังเกิดเหตุ นายฮัม ได้หลบหนีเข้ามายังประเทศไทย เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบค้นบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่พัทยา จ.ชลบุรี พบชาวจีนจำนวน 3 ราย พักอาศัยอยู่ภายในบ้าน

จากตรวจสอบหนังสือเดินทางและเอกสารต่างๆ พบว่าหนึ่งในนั้นคือ นายฮัม ซึ่งเป็นบุคคลตามประกาศหมายจับสากลขององค์การตำรวจสากล จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและนำตัวส่ง พนักงานอัยการ สำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ในส่วนของ นายเฉิน ขณะเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบมีอาการมึนเมาคล้ายเสพยาเสพติด จึงขอตรวจปัสสาวะพบสารเมทแอมเฟตามีน โดยนายเฉิน ยอมรับว่าเสพยาไอซ์มาจริง จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ในส่วนของชาวจีนรายที่ 3 ขณะเข้าตรวจค้นยังไม่พบการกระทำความผิด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนขยายผลว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนดังกล่าวหรือไม่ต่อไป

จากการตรวจค้นเบื้องต้น ยังไม่พบพยานหลักฐานหรือความเชื่อมโยงกับผู้เสียหายในประเทศไทยแต่อย่างใด นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานงานกับแผนกกงสุลตำรวจ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย เกี่ยวกับข้อมูลพฤติการณ์ของกลุ่มคนร้ายดังกล่าวและความผิดที่เกิดขึ้น รวมถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนในประเทศเกาหลีใต้ เพื่อดำเนินการประสานความร่วมมือ และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน