เซลส์เก็บเงินกู้หนีตาย ร้องสายไหมต้องรอด หลังขอลาออกจากงาน แต่หัวหน้างานไม่อนุญาต จึงถูกหัวหน้าสั่งลูกน้องใช้ไม้หน้า 3 ฟาดที่แขนและลำตัว จนแขนหัก มีรอยช้ำทั่วตัว พร้อมขู่หากลาออกจะถูกเก็บ

วันที่ 9 มกราคม 2569 ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด ถนนวัดเกาะ เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร มีผู้เสียหายจากจังหวัดนครราชสีมา เดินทางเข้าร้องขอความช่วยเหลือกับเพจสายไหมต้องรอด โดยมี นายจิรัฏฐพัชร์ สิงห์ดวง ผู้ก่อตั้งเพจ และนายพิสิษฐ์ ภณฐเศรษฐ์ สมาชิกทีมงานร่วมอยู่ด้วย

ผู้เสียหายซึ่งเป็นพนักงานขายและเก็บเงินกู้ได้ เปิดเผยว่า ตนถูกทำร้ายร่างกายจนต้องหลบหนีเพื่อเอาชีวิตรอด หลังจากที่ได้ยื่นขอลาออกจากงาน แต่หัวหน้างานไม่อนุญาตให้ลาออก เมื่อผู้เสียหายยืนยันความประสงค์ที่จะออกจากงาน จึงถูกสั่งให้ลูกน้องใช้ไม้หน้าสามทำร้ายร่างกาย โดยฟาดเข้าที่แขนและลำตัวหลายครั้ง

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ แขนหัก และมีรอยช้ำทั่วร่างกาย นอกจากนี้ยังถูกข่มขู่ว่าหากยังยืนยันจะลาออกจะถูกเก็บ ทำให้เกิดความหวาดกลัวและตัดสินใจเข้าร้องขอความช่วยเหลือจากเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอความเป็นธรรมและความปลอดภัย

นายนาวา (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี ผู้เสียหาย เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนร่วมทำงานกับกลุ่มปล่อยเงินกู้นอกระบบในพื้นที่ศาลหลักเมือง จังหวัดสระแก้ว โดยมีชายเป็นหัวหน้ากลุ่ม ได้รับเงินเดือนเพียง 7,000 บาท ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในครอบครัว อีกทั้งตนไม่มีรถยนต์สำหรับใช้ทำงานในตำแหน่ง จึงตัดสินใจขอลาออกเพื่อไปทำงานอื่น หลังจากทำงานได้เพียง 1 เดือนกว่า

อย่างไรก็ตาม หัวหน้ากลุ่มไม่ยินยอม กระทั่งวันที่ 5 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 21.00 น. ขณะตนพักอาศัยอยู่ภายในรีสอร์ต ซึ่งเป็นที่พักของกลุ่มในพื้นที่ตำบลท่าเกษม อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว หัวหน้ากลุ่ม และสมาชิกในกลุ่มได้ร่วมกันทำร้ายร่างกายตน โดยการต่อย เตะ และใช้ไม้หน้าสามตีหลาย 10 ครั้ง จนได้รับบาดเจ็บแขนหัก

นายนาวา เล่าต่อว่า ระหว่างที่กลุ่มผู้ก่อเหตุเปลี่ยนเป้าหมายไปทำร้ายสมาชิกอีกรายหนึ่งซึ่งขอออกจากกลุ่มเช่นเดียวกัน ตนจึงอาศัยจังหวะดังกล่าวหลบหนีออกมาได้ ระหว่างหลบหนียังถูกยิงปืนไล่ตาม จึงวิ่งหนีเข้าไปหลบอยู่ในป่า และมีลูกน้องของกลุ่มขับรถจักรยานยนต์ใช้ไฟส่องตามหา หลังจากนั้นยังถูกข่มขู่ว่าจะตามทำร้ายทั้งตนเองและคนใกล้ชิด ทำให้ตนและครอบครัวเกิดความหวาดกลัวว่าจะได้รับอันตราย

นอกจากนี้ หัวหน้ากลุ่ม ยังได้ยึดโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ OPPO รุ่น Reno 11 สีเทา ซึ่งเป็นชื่อของตนไปด้วย ผู้เสียหายเกรงว่าจะถูกนำไปใช้ในทางมิชอบและก่อให้เกิดความเสียหายในอนาคต

ด้านนายจิรัฏฐพัชร์ เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะประสานไปยังผู้กำกับการในพื้นที่เกิดเหตุ เนื่องจากเป็นคดีที่มีความรุนแรง และกลุ่มปล่อยเงินกู้มีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง แม้ผู้เสียหายจะทำงานในกลุ่มปล่อยเงินกู้ แต่ไม่เคยใช้ความรุนแรงกับลูกค้า ขณะที่พฤติกรรมของนายทุนเงินกู้กลับมีลักษณะโหดร้าย

นายจิรัฏฐพัชร์ ระบุอีกว่า จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ สภ.สระแก้ว ให้ช่วยเร่งตรวจสอบและกำชับไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเช่นนี้กับพี่น้องประชาชนอีก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน