ตำรวจทางหลวง ทลายขบวนการขนจีนเทาเข้า กทม. สกัดทีมรับ–ส่ง รวบ 6 ผู้ต้องหา โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ชายแดนเมียนมา–กัมพูชา

วันที่ 25 ม.ค.2569 พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. สั่งการให้ พ.ต.ท.นโรตม์ ยุวบูรณ์ ผกก.3 บก.ทล., พ.ต.ท.อิทธิศักดิ์ ค้ำคูณ สวญ.ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล. และ พ.ต.ต.บดี ดวนพล สว.ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล. จับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายลักลอบขนคนต่างด้าวเข้าเมือง เป็นชายไทย 2 คน ชาวจีน 3 คน และมาเลเซีย 1 คน พร้อมของกลาง รถเก๋งฮอนด้า ซีวิค ทะเบียนกทม., รถกระบะโตโยต้า ทะเบียนอุทัยธานี โทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง จับกุมได้บนทางหลวงหมายเลข 344 ต.หนองใหญ่ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี

คดีนี้สืบเนื่องจาก ตำรวจทางหลวงชลบุรี เข้าจับกุมรถยนต์ต้องสงสัยเดินทางมาจากจ.ชัยนาท ผ่านเส้นทาง ทล.344 อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี จับผู้ต้องหาได้ 8 ราย รถยนต์ 2 คัน โทรศัพท์มือถือกว่า 30 เครื่อง สืบสวนขยายผลพบว่าเป็นเครือข่ายลักลอบขนคนจีนเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์ ที่อยู่ในประเทศเมียนมาและกัมพูชา

ต่อมาเจ้าหน้าที่พบความเคลื่อนไหวของรถต้องสงสัย 2 คัน เดินทางออกจากพื้นที่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ใช้เส้นทาง ทล.344 จึงวางแผนสกัดจับไว้ได้โดยรถเก๋งฮอนด้า มีนายนิมิตร เป็นคนขับ มีผู้โดยสารเป็นชาวจีนและชาวมาเลเซีย รวม2 คน ตรวจสอบหนังสือเดินทางของชาวจีน ไม่พบตราประทับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และไม่มีเอกสารการอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยถูกต้อง ส่วนชาวมาเลเซียไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางได้

ขณะที่รถกระบะโตโยต้า มีนายอนุพงค์ เป็นคนขับ มีผู้โดยสารรวม 4 คน เป็นภรรยาและบุตรชายของนายอนุพงค์ รวมถึงชาวจีนอีก 2 คน ตรวจสอบพบว่าหนังสือเดินทางสิ้นสุดการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทย บางรายไม่สามารถแสดงเอกสารหนังสือเดินทางได้ อีกทั้งยังตรวจพบโทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง คาดว่าอาจเชื่อมโยงขบวนการ คอลเซ็นเตอร์

สอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่า ไปรับกลุ่มชาวจีนจากพื้นที่ชายแดน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี เพื่อนำไปส่งต่อในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ก่อนจะมีเครือข่ายอื่นมารับช่วงต่อ โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 8,000 บาท จึงแจ้งข้อหาทั้งหมดส่ง พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน