DSI บุกค้น 8 จุด ทลายเว็บหนังเถื่อน ละเมิดลิขสิทธิ์ ‘movie2free’ ที่มีคนเข้าชมกว่า 25 ล้านต่อเดือน เสียหายเดือนละกว่า 4 พันล้านบาท เชื่อมโยงฟอกเงิน

วันที่ 26 ม.ค.2569 พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ต.จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มอบหมายให้ ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ และเจ้าหน้าที่นำหมายค้นจากศาลอาญา ปฏิบัติการตรวจค้นและจับกุม ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ลำปาง ตาก พิษณุโลก สมุทรปราการ และชลบุรี รวมทั้งสิ้น 8 จุด

สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 ราย และยังอยู่ระหว่างติดตามจับกุมอีก 3 ราย ในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน อันมีมูลเหตุมาจากการกระทำความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ผ่านเว็บไซต์ผิดกฎหมายพร้อมตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดจำนวนมาก และได้มีการอายัดสถานที่บางแห่งไว้ เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม

สืบเนื่องจากเมื่อปี63 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ทำการสืบสวนคดีเกี่ยวกับการกระทำความผิด
ฐานละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ของ www. movie2free .com ซึ่งมีผู้เข้าชมเฉลี่ยกว่า 25,104,390 คนต่อเดือน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายจากการละเมิดลิขสิทธิ์ประมาณ 4,518,790,200 บาทต่อเดือน

โดยการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้า ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานในคดีฟอกเงิน คดีดังกล่าวมีผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย มีหน้าที่เป็นผู้ควบคุมและบริหารเว็บไซต์ในเครือทั้งหมด และดูแลบริหารจัดการเส้นทางการเงิน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาคดีในชั้นอัยการ

ต่อมาปี67 อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีคำสั่งอนุมัติให้ดำเนินการสอบสวนเป็นคดีพิเศษ ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542

จากการสืบสวนสอบสวนพบพยานหลักฐานเพียงพอเชื่อได้ว่ามีผู้ร่วมกระทำความผิด จำนวน 7 ราย และศาลอาญาได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย เมื่อวันที่ 23 ม.ค.69 และจากการสืบสวนสอบสวนพบว่า กลุ่มผู้ต้องหามีการแบ่งหน้าที่กันทำเป็นอย่างเป็นระบบ มีลักษณะเป็นขบวนการตั้งแต่การบริหารจัดทำเว็บไซต์ในเครือทั้งหมด ผู้บริหารจัดการเส้นทางการเงิน ผู้ดูแลระบบและด้านเทคนิค (แอดมิน) การประสานงานด้านโฆษณา ประชาสัมพันธ์ชักชวนให้ประชาชนเข้าชมเว็บไซต์ การเชื่อมโยงโฆษณาเว็บไซต์ การพนันออนไลน์เข้ากับเว็บไซต์ภาพยนตร์ดังกล่าว

ก่อนจะนำรายได้ที่ได้จากการกระทำความผิดไปจัดหาบัญชีธนาคารและบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัล (คริปโตเคอร์เรนซี) ในการรับและโอนเงิน ที่มีลักษณะการฟอกเงิน และผู้ถือครองทรัพย์สินแทนในลักษณะบัญชีนอมินี

ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และจะประสานความร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อย่างใกล้ชิด รวมถึงกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อพิจารณาดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์ที่เข้าข่ายกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน