รวบสาวบัญชีม้า แก๊งหลอกขายของออนไลน์ ตุ๋นเหยื่อ7แสน เปิดบัญชี–อ้างปลดล็อกระบบ ถอนเงินไม่ได้ ก่อนเชิดหนี อ้างถูกหลอกไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ฝั่งกัมพูชาเหมือนกัน
วันที่ 5 ก.พ.2569 พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป.สั่งการให้ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.บก.ป.พ.ต.ท.เอกรัฐ จันทร์มณี สว.กก.1 บก.ป. ร่วมกันจับกุม น.ส.อรพรรณ อายุ 48 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ จ.581/2568 ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน”
ได้บริเวณพื้นที่ หมู่ 3 ต.เกาะสำโรง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
สืบเนื่องจาก เมื่อประมาณเดือนเม.ย.68 ผู้เสียหายรายหนึ่งได้เข้าไปโพสต์ขายเสื้อผ้ามือสองผ่านเพจเฟซบุ๊กขายของออนไลน์ ภายหลังมีแอดมินเพจติดต่อกลับมา แจ้งว่ามีลูกค้าสนใจซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก พร้อมแนะนำให้ผู้เสียหายไปเปิดบัญชีธนาคาร โดยอ้างว่าจะเป็นผู้โอนค่าสินค้ากลับมาให้
ต่อมาแอดมินได้อ้างขอ “ทดสอบระบบ” ให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีของแอดมิน ซึ่งเป็นบัญชีในชื่อ น.ส.อรพรรณ และโอนเงินกลับมาให้จริงในครั้งแรก ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ และโพสต์ขายสินค้าเพิ่มเติม ภายหลังแอดมินกลับแจ้งว่าไม่สามารถโอนเงินค่าสินค้ากลับมาได้ อ้างว่ามีเงินค้างอยู่ในระบบจากการโอนผิดบัญชี
และขอให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าไปในระบบก่อนตามบัญชีที่ส่งมา เพื่อปลดล็อกระบบและถอนเงินได้ โดยอ้างว่ามีลูกค้าซื้อสินค้าแล้ว ผู้เสียหายหลงเชื่อ ถูกหลอกให้โอนเงินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักแสนบาท ไปยังหลายบัญชี รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 700,000 บาท โดยหวังจะได้เงินทั้งหมดคืน แต่สุดท้ายไม่สามารถติดต่อแอดมินได้ จึงทราบว่าถูกหลอก และเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.บางกรวย
ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในขบวนการดังกล่าว ซึ่งมีผู้ร่วมกระทำผิดหลายราย โดยพบว่า น.ส.อรพรรณ เป็นหนึ่งในผู้ต้องหา ทำหน้าที่เป็นเจ้าของบัญชีที่ใช้รับโอนเงินจากผู้เสียหาย กระทั่งสืบสวนทราบว่า น.ส.อรพรรณ หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี จึงติดตามเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว
จากการตรวจสอบยังพบว่า ผู้ต้องหามีหมายจับในคดีลักษณะเดียวกันอีก 2 หมายจับ ของศาลจังหวัดตะกั่วป่า และศาลอาญาธนบุรี สอบสวน ผู้ต้องหารับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง แต่ปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนเองถูกหลอกให้ไปทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ฝั่งประเทศกัมพูชา ผ่านช่องทางธรรมชาติ
และถูกบังคับให้เปิดบัญชีธนาคาร รวมถึงสแกนใบหน้าเพื่อใช้ในการถอนเงิน โดยไม่ทราบมาก่อนว่าจะถูกนำไปใช้กระทำความผิด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางกรวย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป