จับหนุ่ม19 มีพิรุธหน้าตู้เอทีเอ็ม ค้นตัวเจอเงินสดกว่า 6 แสน สารภาพรับจ้างกดเงินจากบัญชีม้า มีคนจีนมาจ้างให้กดเงินหลายครั้งแล้ว รับค่าจ้างครั้งละ 1 พันบาท

วันที่ 10 มิ.ย.69 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผบช.น.
พล.ต.ต.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ ผบก.น.4 พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.หัวหมาก และพ.ต.ท.ณัฐวัฒน์ ทารักษ์ รอง ผกก.สส.สน.หัวหมาก พ.ต.ท.บำเพ็ญ นามฉวี สว.สส.สน.หัวหมาก พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปราม และ ฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก

ร่วมกันจับกุมตัว นายพัชร อายุ 19 ปี ชาว อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย พร้อมตรวจยึดของกลาง บัตร ATM 4 ใบ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เงินสด จำนวน 107,000 บาท ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านขวาที่นายพัชร สวมใส่อยู่ เงินสด จำนวน 500,000 บาท ซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ รวมเงินสดจำนวน 607,000 บาท และ รถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน ไว้ตรวจสอบ

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. เวลาประมาณ 15.30 น. ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.หัวหมาก ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบตามปกติ เมื่อมาถึงบริเวณหน้าตู้ ATM ปากซอยรามคำแหง 51/3 พบวัยรุ่นเป็นชาย สวมหมวกกันน็อกเต็มใบ สีแดง ยืนกดเงินอยู่บริเวณตู้ ATM ปากซอยรามคำแหง 51/3 โดยมีท่าทางพิรุธต้องสงสัย

และเมื่อวัยรุ่นคนดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจกลับแสดงท่าทีตกใจ และรีบเดินมาที่รถจักรยานยนต์ ที่จอดอยู่หน้าปากซอยรามคำแหง 51/3 เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.หัวหมาก จึงได้แสดงตัวและขอทำการตรวจค้น ทราบชื่อนายพัชร (ขอสงวนนามสกุล ) อายุ 19 ปี จากการตรวจค้นพบของกลางบัตร ATM 4 ใบ เงินสดจำนวนกว่า 607,000 บาท ที่ตัวและใต้เบาะรถ เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดไว้ตรวจสอบ

จากการสอบถาม นายพัชร ไม่สามารถตอบได้ถึงที่มาของเงินสด และ บัตรATM ดังกล่าว แต่รับว่าได้มีชายชาวจีนไม่ทราบชื่อสกุลจริง ได้นำบัตร ATM ทั้งหมด 4 ใบมาให้ตนไปกดเงินสด จำนวน 607,000 บาท และเมื่อได้เงินสดมา ชายชาวจีนจะมารับเงินสดไปโดยตนจะได้รับค่าจ้างในการกดเงินสด และนำเงินสดไปให้ ครั้งละ 1,000 บาท โดยชายชาวจีนคนนี้จ้างให้มากดเงินจำนวนหลายครั้งแล้วตั้งแต่เดือน เมษายน 2569

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัว นายพัชร พร้อมของกลางทั้งหมด มาที่ห้องปฏิบัติการฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก เพื่อทำการซักถามขยายผลอย่างละเอียดถึงที่มาของบัตร ATM และเงินสดของกลางในคดีทั้งหมดว่าได้มาอย่างไร เป็นเงินสดที่ได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

และจากการตรวจสอบพบว่าบัตร ATM ทั้ง 4 ใบ เป็นชื่อบุคคลอื่น จำนวน 4 คน ซึ่งจะทำการขยายผลว่าเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซนเตอร์ หรือไม่ จากนั้นจึงได้จัดทำบันทึกตรวจยึดนำส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน