เจ้าของหอโต้ดราม่าคดีฆ่ายัดลัง ปัดกักสัตว์เรียกค่าไถ่ เผยล็อกห้องตามคำแนะนำตำรวจ หวั่นกระทบคดี ชี้ตัวเองก็เป็นเหยื่อถูกค้างค่าเช่ากว่า 4 เดือน ทางเจ้าหน้าที่เข้าเคลื่อนย้ายสัตว์แล้ว
วันที่ 19 มิ.ย. 69 กลุ่มคนรักนก พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง เพื่อให้ช่วยประสานงานกับเจ้าของหอพักในการเข้าเคลื่อนย้ายสัตว์ หลังจากก่อนหน้านี้เจ้าของหอพักมีความกังวลเรื่องข้อกฎหมายและเกรงจะกระทบต่อพยานหลักฐานในคดี จนกระทั่งเมื่อมีการชี้แจงและประสานงานร่วมกันเรียบร้อยแล้ว
เจ้าหน้าที่จากกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย นายพีระบุญ เจริญวัย หรือ “ปุ๋ม” ประธานมูลนิธิ The Hope Thailand และตัวแทนจากพรรคไทยสร้างไทย จึงได้ลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือสัตว์ทันที โดยทางหอพักอนุญาตให้ส่งตัวแทนเข้าไปดำเนินการเพียง 1 คน เพื่อป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สินและรูปคดี
ด้านเจ้าของหอพัก วัย 64 ปี กล่าวยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนากักขังหรือเรียกเงินค่าไถ่สัตว์ตามที่ถูกกล่าวหา แต่ที่ต้องล็อกห้องไว้เนื่องจากเป็นไปตามคำแนะนำของตำรวจเพื่อพิทักษ์พยานหลักฐาน ส่วนประเด็นเรื่องเงิน 20,000 บาทนั้น เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนของกลุ่มคนรักนก เพราะแท้จริงแล้วเงินจำนวนดังกล่าวคือค่าเช่าห้องที่นายเฉินค้างชำระมานานกว่า 4 เดือน ซึ่งตนเพียงแค่ต้องการอธิบายว่าตนเองก็เป็นผู้เสียหายเช่นกัน
นอกจากนี้ยังปฏิเสธข่าวเรื่องแฟนสาวของ นายเฉิน ทำเอกสารยกทรัพย์สินให้ โดยระบุว่าเป็นเพียงแนวทางที่ตำรวจเคยแนะนำไว้แต่ยังไม่มีการเซ็นเอกสารใด ๆ พร้อมย้ำว่าหากใครเป็นเจ้าของสัตว์ตัวจริงสามารถนำหลักฐานมาแสดงเพื่อรับสัตว์คืนได้
ตนรู้สึกสะเทือนใจกับกระแสโซเชียลที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ซึ่งทาง น.ส.พริก ตัวแทนกลุ่มคนรักนก ก็ได้ออกมายอมรับและยืนยันว่า หลังจากได้พูดคุยปรับความเข้าใจกันแล้ว ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันดีและเรื่องเงิน 20,000 บาท เป็นเรื่องเข้าใจผิดจริง
จากการเข้าตรวจสอบและช่วยเหลือภายในห้องพัก พบสัตว์เลี้ยงหลายชนิด ได้แก่ นกฟอร์พัส 2 ตัว, เลิฟเบิร์ด 3 ตัว, เม่นแคระ 2 ตัว, กิ้งก่า 1 ตัว, ตุ๊กแก 1 ตัว และหนูจิ๋วอีกจำนวนหนึ่ง
น.สพ.เพิ่มศิลป์ บุญน้อม นายสัตวแพทย์ชำนาญการ กรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า สัตว์ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์สุขภาพดี มีเพียงหนูจิ๋ว 1 ตัวที่เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1-2 วันซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุ โดยหลังจากนี้สัตว์ทั้งหมดจะถูกนำไปดูแลและเฝ้าติดตามสุขภาพอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสัตว์เหล่านี้ยังถือเป็นทรัพย์สินในคดี หากผู้ใดเป็นเจ้าของสามารถนำหลักฐานมาพิสูจน์กรรมสิทธิ์กับพนักงานสอบสวนได้
ขณะที่ประธานมูลนิธิ The Hope Thailand เน้นย้ำว่าสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจของสัตว์ให้ปลอดภัย พร้อมฝากถึงประชาชนว่าหากพบเห็นสัตว์ถูกทอดทิ้งในลักษณะนี้ แม้จะอยู่ในพื้นที่ส่วนบุคคลก็สามารถประสานหน่วยงานให้เข้าช่วยเหลือตามขั้นตอนได้ทันที เพราะสวัสดิภาพของสัตว์เป็นสิ่งสำคัญที่สุด