สลดกลางทางด่วน หนุ่มใหญ่วัย 56 ปี ควบ จยย.เสียหลักพุ่งชนราวเหล็กกั้นทาง ศีรษะขาดกระเด็นเสียชีวิตคาที่ ย่านพระราม 2

เมื่อเวลา 19.32 น.วันที่ 21 มิ.ย.2569 ร.ต.ท.ปริตร ศรีหรั่งไพโรจน์ รองสว.(สอบสวน) สน.บางมด รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลัก พุ่งชนราวเหล็กกั้นขอบทาง บนทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางด่วนดาวคะนอง) ก่อนถึงด่านเก็บค่าผ่านทางประมาณ 300 เมตร แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลศิริราช และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ ไอ สีน้ำเงิน ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ล้มตะแคงอยู่บนผิวจราจร สภาพได้รับความเสียหายอย่างหนัก ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อภายหลังคือ นายสมัย อายุ 56 ปี สภาพมีบาดแผลรุนแรงจากแรงกระแทกหลายแห่ง โดยพบชิ้นส่วนร่างกายกระจัดกระจายอยู่ในบริเวณใกล้เคียง เจ้าหน้าที่จึงกันพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด

จากการตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ พบว่าราวเหล็กกั้นขอบทางมีร่องรอยการเฉี่ยวชนอย่างรุนแรง รวมทั้งมีคราบเลือดติดอยู่บนโครงสร้างเหล็ก สันนิษฐานเบื้องต้นว่า ผู้เสียชีวิตอาจขับขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยความเร็ว ก่อนจะสูญเสียการควบคุมรถและพุ่งชนราวกั้นอย่างเต็มแรง จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุของอุบัติเหตุ เนื่องจากไม่พบคู่กรณีในที่เกิดเหตุ โดยจะเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง รวมถึงรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ครั้งนี้

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้มอบหมายให้อาสาสมัครนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช ก่อนประสานญาติเพื่อรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ที่ควรเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ความเร็ว และตรวจสอบสภาพร่างกายรวมถึงสภาพรถให้พร้อมอยู่เสมอ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง และไม่ควรที่จะขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปภายในบริเวณทางด่วน

ซึ่งการขับขี่จักรยานยนต์เข้าไปในทางด่วน (ทางพิเศษ) ถือเป็นความผิดตามกฎหมายจราจร โดยมีความผิดหลักใน ข้อหาฝ่าฝืนข้อบังคับหรือประกาศของเจ้าพนักงานจราจร ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งห้ามรถจักรยานยนต์วิ่งบนทางพิเศษโดยเด็ดขาด

มีบทลงโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยโทษปรับตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก และมีโทษปรับตามกฎหมายสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทโทษตามกฎหมายทางพิเศษ ซึ่งผู้ฝ่าฝืนอาจถูกระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 1,000 บาท ถึง 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ตามระเบียบที่ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย กำหนด)

ความผิดฐานฝ่าฝืนป้ายห้ามหรือหากฝ่าฝืนป้ายเครื่องหมายจราจรห้ามรถจักรยานยนต์ จะมีความผิดเพิ่มเติมตามมาตรา 152 มีโทษปรับไม่เกิน 4,000 บาทนอกจากนี้ การฝ่าฝืนเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวอาจทำให้ประกันภัยรถยนต์ปฏิเสธความรับผิดชอบหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาก็เป็นได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน