โชเฟอร์รถตู้ ร้องถูกหนุ่ม จยย. หัวร้อน ซิ่งปาดหน้ากระทืบซ้ำ ไหปลาร้าหัก คิ้วแตกเย็บ 5 เข็ม วอนตำรวจเร่งล่าตัว
วันที่ 23 มิ.ย. 2569 ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด ถนนวัดเกาะ เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร นายจิรเวช อายุ 43 ปี ผู้บาดเจ็บและผู้เสียหาย พร้อมด้วยนางสาวนริสรา อายุ 43 ปี ภรรยาเดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรม
หลังนายจิรเวช ถูกชายรายหนึ่งก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์ปาดหน้ารถตู้และเบรกกะทันหัน คล้ายจงใจให้รถตู้พุ่งชน ก่อนชายคนดังกล่าวได้ลงจากรถจักรยานยนต์เข้ามาหาเรื่อง ก่อนลากตัวคนขับรถตู้ลงจากรถและทำร้ายร่างกายโดยการชกต่อยจนได้รับบาดเจ็บไหปลาร้าด้านซ้ายหักและคิ้วซ้ายแตกเย็บ 5 เข็ม
หลังเกิดเหตุเข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้วที่ สภ.คลองหลวง แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า ทำให้ครอบครัวเกิดความกังวลใจและเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงตัดสินใจเดินทางเข้าร้องเรียนต่อเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอให้ช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดติดตามความคืบหน้าของคดี
นายจิรเวช ผู้บาดเจ็บ เล่าว่า เหตุเกิดในวันที่ 12 มิถุนายน เวลาประมาณ 8.00 น. ตัวเองมีอาชีพขับรถตู้รับส่งคนที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านรังสิต จะไปส่งผู้โดยสาร ขณะขับรถตามปกติอยู่บนถนน ถนนเลียบคลองสาม มุ่งหน้าคลองหลวง ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มีรถจยย.ฮอนด้า รุ่นคลิก สีดำ พยายามขี่ปาดหน้ามาตลอดทาง
ซึ่งจังหวะนั้นเลนซ้ายที่ตนขับอยู่มีรถจอดอยู่ตนจึงได้เบี่ยงออกขวา เพื่อหลบรถ และกลับเข้ามาขับในเลนซ้ายตามปกติ ซึ่งรถจยย. คันดังกล่าวได้ขี่แซงขึ้นหน้ารถตนเองมาก่อนจะเบรกรถกะทันหันเหมือนตั้งใจจะให้ชน
จากนั้นตนจอดรถริมทางเพื่อพูดคุยคู่กรณี ซึ่งเป็นชายร่างใหญ่กว่าตน สวมหมวกกันน็อกเต็มใบไม่เห็นใบหน้า ได้ท้าทายให้ตนลงจากรถ พร้อมบอกว่า “มึงไม่เปิดไฟเลี้ยว” จึงลงไปพูดคุยก่อนที่จะมีปากเสียงกันยอมรับว่าเป็นฝ่ายผลักคู่กรณีก่อน
ก่อนที่ฝ่ายคู่กรณีจะชกเข้ามาที่ใบหน้า และผลักตน ล้มลงไปกับพื้นก่อนที่จะมากระทืบเข้าที่บริเวณใบหน้าเข้าที่ลำตัวซึ่งตอนนั้นรู้สึกชาไปทั้งตัว ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะหลบหนีไป
ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุได้เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง โดยมีเพียงหมายเลขทะเบียนรถจักรยานยนต์ แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าผู้ครอบครองรถเป็นผู้ลงมือก่อเหตุด้วยตนเองหรือไม่ เนื่องจากจนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถติดตามตัวหรือประสานติดต่อเจ้าของรถได้
นอกจากนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพอย่างหนัก เนื่องจากตนมีอาชีพขับรถรับส่งและรับงานไรเดอร์ มีรายได้เฉลี่ยวันละประมาณ 2,000 บาท แต่หลังได้รับบาดเจ็บต้องหยุดทำงานหลายวัน ส่งผลให้ขาดรายได้ทันที อีกทั้งยังมีภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเพิ่มเติม แม้จะใช้สิทธิการรักษาพยาบาลก็ตาม
นายนิรันดร์ เกแง้ว ทีมงานสายไหมต้องรอด กล่าวว่า จากพฤติการณ์และรูปพรรณของผู้ก่อเหตุ เชื่อว่าหากเป็นคนในพื้นที่ก็น่าจะสามารถติดตามตัวได้ไม่ยาก พร้อมทั้งจะประสานไปยังผู้กำกับการ สภ.คลองหลวง เพื่อเร่งรัดติดตามคดีดังกล่าว
เนื่องจากเป็นเหตุความรุนแรงที่เกินกว่าเหตุ และอยากฝากถึงผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนให้มีสติและใจเย็นในการขับขี่ เพราะจากข้อมูลเบื้องต้น รถตู้ของผู้เสียหายไม่ได้มีพฤติกรรมขับขี่หวาดเสียวหรือรุนแรงจนเป็นเหตุให้ต้องก่อเหตุทำร้ายร่างกายกัน