CIB จับมือสรรพสามิตบุกทลายล้างบางเครือข่ายสุรานอกปลอม ยึดของกลางเหล้าปลอม 6.7 พันขวด
วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปศท. ร่วมกับ กรมสรรพสามิต นำโดย ว่าที่ร้อยตรี ยงยุทธ ภูมิประเทศ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ภาษีสรรพสามิต, นายสุเมธ สุรฉัตร ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม, นายพยุง บุญสมสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 2 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ร่วมกันแถลงผลแกะรอยเครือข่ายสุราปลอม บุกตรวจค้น 8 จุด ยึดของกลางกว่า 6,700 ขวดเข้าตรวจสอบเป้าหมายสำคัญจำนวน 8 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดเพื่อกวาดล้างเครือข่ายสุราปลอมแปลงรายใหญ่
พ.ต.ท.วิวัฒนชัย คลื่นแก้ว รอง ผกก.1 บก.ปอศ. กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ปอศ. ได้สืบทราบเบาะแสของร้านค้าแห่งหนึ่งในจังหัวดชลบุรี ที่มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายสุราปลอม จึงทำการสืบสวนขยายผลเชิงลึกจนกระทั่งพบว่ามีกลุ่มบุคคลที่มีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดหาอุปกรณ์ แหล่งผลิต โรงงานบรรจุ โกดังจัดเก็บสินค้า และจุดกระจายสินค้า เพื่อจงใจหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนจะนำสุราปลอมแปลงเครื่องหมายการค้าเหล่านี้ส่งกระจายไปยังร้านค้าต่าง ๆ ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดอย่างผิดสังเกต
ต่อมาจึงได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 8 จุด ประกอบด้วย ร้านจำหน่ายสุราในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จำนวน 5 ร้าน, บ้านพักในเขตบางขุนเทียนและเขตบางบอน กรุงเทพมหานคร จำนวน 2 หลัง ซึ่งใช้เป็นแหล่งผลิตและจุดพักเงิน และโกดังเก็บสินค้าในพื้นที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ อีกจำนวน 1 หลัง
ผลการตรวจค้นพบของกลางสุราต่างประเทศปลอมเครื่องหมายการค้าบรรจุขวดเสร็จสิ้นกว่า 6,700 ขวด และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิต อาทิ เครื่องอัดฝาขวด, กล่องใส่สุราต่างประเทศ, สติกเกอร์ และแผ่นปิดผนึกฝาขวด รวมทั้งสิ้นกว่า 478,054 ชิ้น จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้เเก่ 1.นายอภิวัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี 2. น.ส.ยุพา (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี และ 3.นายวุฒิชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี
โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาในฐานความผิดตาม พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 ในข้อหา “มีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า ที่ปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร”
จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ยังคงให้การภาคเสธ โดยอ้างว่าสินค้าดังกล่าวเป็นของตนจริงแต่ไม่ทราบว่าเป็นสุราปลอมแปลง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ และอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการรายอื่น ๆ ทั้งกลุ่มทุน ผู้จัดหาวัตถุดิบ และสายส่งลำเลียงทั้งหมด เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ด้านว่าที่ร้อยตรี ยงยุทธ กล่าวว่า ปฏิบัติการกวาดล้างในครั้งนี้ เกิดจากการสืบสวนและบูรณาการข้อมูลร่วมกันอย่างใกล้ชิดในระหว่างการปฏิบัติงานของทั้งสองหน่วยงาน จนกระทั่งสามารถสกัดกั้นและจับกุมสุราต่างประเทศผิดกฎหมายได้เป็นจำนวนมหาศาลกว่า 6,700 ขวด
ซึ่งจากการประเมินในเบื้องต้นพบว่า มูลค่าความเสียหายจากภาษีที่รัฐบาลต้องสูญเสียไปกับขบวนการนี้ คิดเป็นตัวเลขสูงถึงประมาณ 2,200,000 กว่าบาท อีกทั้งแหล่งจัดจำหน่าย ยังพบว่ากระจายอยู่ตามแหล่งแหล่งท่องเที่ยวในภาคตะวันออกภายในประเทศ