ตม. ทลายรัง นอมินีข้ามชาติ ซุก 27 บริษัท พบ 17 บริษัทเข้าข่ายนอมินีแค่ 3 บริษัท เผย 5 เดือน เงินหมุนเวียนกว่า 130 ล้าน รวบ 7 ผู้ต้องหา
วันที่ 14 ก.ค.2569 พ.ต.อ.ณัฐกิตติ์ มีสุข ผกก.ตม.จว.ปทุมธานี พร้อมด้วย พ.ต.ท.พีรพัฒน์ คล้ายคลึง รองผกก.ตม.จว.ปทุมธานี, ร.ต.อ.ชาติชนก สุวรรณทรรภ และ ร.ต.อ.สุวิทย์ สุทัศน์ รอง สว.ตม.จว.ปทุมธานี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามโคก และจัดหางานจังหวัดปทุมธานี
ร่วมกันตรวจค้นบ้านเดี่ยวแห่งหนี่ง ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ตามหมายค้นของศาลจังหวัดปทุมธานี ที่ ค.185/2569 ลงวันที่ 13 ก.ค.69 เข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าวจับกุมผู้ต้องหา คนไทย 2 คนจีน (ไต้หวัน) 5 รวม 7 คน

ตม. ทลายรัง นอมินีข้ามชาติ ซุก 27 บริษัท พบ 17 บริษัทเข้าข่ายนอมินีแค่ 3 บริษัท เผย 5 เดือน เงินหมุนเวียนกว่า 130 ล้าน รวบ 7 ผู้ต้องหา
- นายทรงวุฒิ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี
- นายเอกราช (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี
- MRCHUEH MING-KE อายุ 56 ปี
- นายซู เวยี่
- MR.HAO CHUAN YANG อายุ 28 ปี
- MRKUAN FENG LI อายุ 56 ปี
- MR.WANG CHENG YU อายุ 56 ปี
บ้านหลังดังกล่าวมี นายทรงวุฒิ แสดงตัวเป็นเจ้าบ้าน และนำเจ้าหน้าที่ตรวจค้น ผลการตรวจค้นปรากฏว่า สถานที่ดังกล่าวถูกใช้เป็น สำนักงานบัญชี รับจดทะเบียนบริษัทและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับงบการเงินของบริษัท
และยังพบอีกว่า บ้านหลังดังกล่าวยังเป็นที่ตั้งจดทะเบียนของบริษัททั้งหมด 27 บริษัท โดยใช้บริเวณโถงชั้นล่างของบ้าน เป็นออฟฟิศจำลองของบริษัทที่รับจดทะเบียน
จากการตรวจสอบพบว่า มีนิติบุคคลที่ถูกจดทะเบียนด้วยเงินทุน 10,000 บาท โดยมีผู้ถือหุ้นชาวไต้หวัน 1 ราย ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 49 และผู้ถือหุ้นชาวไทย ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 51
จากการสอบถามเจ้าบ้านซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้รับจดทะเบียนนิติบุคคลให้การรับสารภาพว่า ได้มีลูกค้าติดต่อมาให้ตนช่วยจดทะเบียนบริษัทให้บุคคลชาวไต้หวันจำนวน 17 คนรวม 17 บริษัท โดยมีเงื่อนไขให้จัดหาคนไทยมาร่วมเป็นผู้ถือหุ้นให้ เพื่อให้สามารถจัดตั้งนิติบุคคลได้
โดยคนไทยที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ถือหุ้นแทนทั้งหมดล้วนเป็นบุคคลใกล้ชิดที่รู้จักกับตน และล้วนเป็นบุคคลที่ว่างงานหรือประกอบอาชีพเป็นไรเดอร์ โดยตนได้รับค่าจ้างในการจดทะเบียนบริษัทละ 12,000-15,000 บาท
อีกทั้งจากการตรวจสอบยังพบว่า บัญชีนิติบุคคลของบางบริษัท มีความเชื่อมโยงกับระบบรับแจ้งความออนไลน์ พบเงินหมุนเวียนกว่า 130 ล้านบาทในเวลา 5 เดือน ในที่เกิดเหตุจึงได้ทำการตรวจยึดเอกสารการที่เกี่ยวข้องกับจดทะเบียนนิติบุคคล และสำเนาหนังสือเดินทางของชาวไต้หวัน ของทั้ง 17 บริษัท รวมถึงตรายางของบริษัทต่าง ๆ
จึงแจ้งข้อหา เป็นผู้มีสัญชาติไทยให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุน หรือร่วมประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว อันเป็นธุรกิจที่ กำหนดไว้ในบัญชีท้าย โดยคนต่างด้าวนั้นมิได้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืน
บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ เป็นบุคคลต่างด้าว ยินยอมให้ผู้มีสัญชาติไทย กระทำการดังกล่าว ตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
และ เป็นบุคคลต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืน มาตรา 8 ตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สามโคก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


