เมื่อวันที่ 16 ก.ค. พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 สั่งการให้ พ.ต.อ.วาทิตย์ โรจนไพฑูรย์ ผกก.สน.วัดพระยาไกร พ.ต.ท.วรรษธร วาเกียรธนะ รอง ผกก.สส.สน.วัดพระยาไกร
นำโดย พ.ต.ท.จักรพงศ์ พิทักษ์กรสกุล สว.สส.สน.วัดพระยาไกร เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ชุดปฏิบัติการ 2 สน.วัดพระยาไกร
ได้ร่วมกันจับกุม นายอานนต์ อายุ 37 ปี ภายในบ้านพัก ภายในซอยโสณมัย พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา “จำหน่ายโดยมีไว้เพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน โดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมตรวจยึดยาบ้ารวมกว่า 2,200 เม็ด และอุปกรณ์ที่ใช้ซุกซ่อนยาเสพติดไว้เป็นของกลาง เมื่อวันที่ 15 ก.ค. เวลา 18.00 น. ที่ผ่านมา
สืบเนื่องจากการจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการสืบสวนติดตามพฤติกรรมของผู้ต้องหารายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง หลังเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าผู้ถูกจับ มีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาบ้าให้กับกลุ่มผู้เสพในพื้นที่มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยมักมีบุคคลแปลกหน้าเข้าออกห้องพักอยู่เป็นประจำ ลักษณะตรงกับพฤติกรรมของผู้ค้ายาเสพติดรายย่อย
เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมข้อมูล ตรวจสอบข่าว และเฝ้าสังเกตการณ์เพื่อยืนยันข้อเท็จจริง ก่อนวางแผนเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย โดยเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงบริเวณหน้าบ้านพักดังกล่าว พบชายมีตำหนิรูปพรรณตรงตามที่สายลับแจ้งไว้ ยืนอยู่บริเวณหน้าห้องพัก ทันทีที่ผู้ต้องหาสังเกตเห็นเจ้าหน้าที่ ได้แสดงอาการตกใจอย่างเห็นได้ชัด มีท่าทีลุกลี้ลุกลน และรีบเดินหลบหนีเข้าไปยังห้องพักของตนเอง เจ้าหน้าที่จึงรีบติดตาม พร้อมแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และขอทำการตรวจค้น
จากการตรวจค้น พบยาบ้าเม็ดสีส้มบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสแบบเลื่อนเปิด-ปิด จำนวน 2 ถุง ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋ากางเกงที่ผู้ต้องหาสวมใส่ เมื่อสอบถาม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทันทีว่า ยาบ้าดังกล่าวเป็นของตนเองจริง และยังให้การเพิ่มเติมว่า ภายในห้องพักยังมียาบ้าอีกจำนวนหนึ่งที่เก็บซุกซ่อนไว้ โดยผู้ต้องหาเป็นผู้นำเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นด้วยตนเอง
พบยาบ้าจำนวนมากบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสและถุงพลาสติกสีน้ำเงินหลายถุง ซุกซ่อนรวมกันอยู่ภายในกล่องคุกกี้สแตนเลส ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นที่อำพรางของกลางเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจพบ ภายหลังการจับกุม
เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหามายัง สน.วัดพระยาไกร พร้อมตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย ผลการตรวจไม่พบสารเมทแอมเฟตามีน ผู้ต้องหาได้รับทราบสิทธิและข้อกล่าวหาตามกฎหมาย ก่อนจัดทำบันทึกการจับกุมและส่งตัวพร้อมของกลางให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป